ข้าถูกพามาครั้งแรกก็โดยองค์หญิงนี่แหละ ข้าไม่มีปัญญามาที่นี่บ่อยหรอก เงินทองข้าไม่ได้มีมากมายขนาดนั้น”อาคารนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่เผาผลาญเงินในเมืองหลวง นางจะมาบ่อยได้อย่างไรต้วนหลิงวางถ้วยชาในมือลง ยิ้มบางๆ “เช่นนั้น ถ้าหากคุณหนูเจ็ดมีเงินพอ ก็จะมาบ่อยๆ ใช่หรือไม่?”“ไม่ใช่แน่นอน!” หลินถิงรีบยืนยัน “แม้ข้าจะมีเงินทองมากเพียงใด ก็ไม่คิดจะใช้เพื่อซื้อใจบุรุษหรอกเจ้าค่ะ”ต้วนหลิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับคิดถึงบางสิ่ง “ปกติแล้ว……ไม่จ่ายเพื่อบุรุษ?”“แน่นอน” นางตอบเสียงหนักแน่นเขาไม่ซักต่อ หากก้มลงมองชุดถ้วยชาบนโต๊ะ แววตาเหลือบเห็นชายกระโปรงสีชมพูและมือน้อยข้างลำตัวของหลินถิง“คุณหนูเจ็ดรู้จักกับองค์หญิงได้อย่างไรหรือ?” เขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบหลินถิงไม่อยากพูดมาก กลัวจะพาดพิงถึงจินอันไจ้ จึงตอบไปแบบผิวเผิน “รู้จักกันเพราะโชคชะตาพานพบ หาได้สนิทนัก”เขาราวกับเชื่อคำของนาง “คุณหนูเจ็ดยังมีเรื่องใดจะพูดอีกหรือไม่?”“ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ……”เสียงของหลินถิงแผ่วเบา ดั่งลมเฉื่อยพัดผ่านพุ่มไม้ในยามราตรี นางเริ่มรู้สึกสับสน คิดคำพูดไม่ออก จึงเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ “ท่านจะกลับแล้วหรือ?”รอยยิ้มในแววตาของต้วนหลิงจางลงเล็กน้อย เขาเดินไปยังประตูห้อง “หากไม่มีเรื่องอื่น ข้าขอตัวก่อน ยังต้องตรวจตราต่อ”ทันใดนั้นหลินถิงพลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาฉับพลัน รีบเอ่ยเรียก “เดี๋ยวก่อน……พาข้าไปด้วยเถิด ขอแค่ส่งถึงหน้าป