ระตูหอหมิงเยว่ก็พอ”ต้วนหลิงชะงัก หันมามองนาง “พาเจ้ากลับไป?”“ใช่ พาข้าออกไปเถิดเจ้าค่ะ”เขายิ้มน้อยๆ ดวงตาโค้งราวแสงจันทร์สะท้อนผิวน้ำ ในดวงตามีเงาสะท้อนของหลินถิง “ขามีอยู่กับเจ้า เจ้าคิดจะไป ไยต้องให้ผู้อื่นพาไปด้วยเล่า คุณหนูเจ็ด อย่าได้ล้อเล่นนักเลย”“หากจะกล่าวตามตรง วันนี้ที่ข้ามาที่นี่หาใช่ความสมัครใจ ข้าอยากออกไปเดี๋ยวนี้ แต่ฝ่าบาทเข้าใจข้าผิด คงไม่ยอมให้ข้าไปง่ายๆ”ต้วนหลิงลดสายตาลงช้าๆ “เจ้าหมายความว่า องค์หญิงบีบบังคับเจ้าให้มาที่หอหมิงเยว่?”หลินถิงรีบแก้คำพูด “หามิได้ถึงขั้นบีบบังคับ เพียงแต่ฝ่าบาทมีความเข้าใจผิดบางประการ คิดอยากให้ข้าเปิดหูเปิดตา……เรียนรู้โลกของบุรุษให้มากขึ้น”เขาคล้ายจะหัวเราะออกมา “เช่นนั้น……องค์หญิงเข้าใจเจ้าผิดถึงขั้นต้องลากเจ้ามาดูบุรุษงดงามในหอหมิงเยว่เลยหรือ?”“หากให้เล่า คงมิใช่เพียงสองสามคำจะอธิบายได้ แต่ทุกสิ่งที่ข้ากล่าวล้วนเป็นความจริง หวังว่าท่านจะเชื่อข้า”หากแผนนี้ไม่สำเร็จ หลินถิงคงต้องหาหนทางอื่นอีก นางไม่อยากอยู่ต่อ ไม่อยากเสแสร้งชื่นชอบชายงามที่มิได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อยต้วนหลิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองตรงไปยังดวงหน้างดงามของหลินถิง “ข้าเชื่อเจ้า”ดวงหน้านางสว่างไสวประหนึ่งกลีบบุปผาบานรับแสง “ขอบพระคุณท่านรองผู้บัญชาการ เช่นนั้นข้าขอรบกวนให้ท่านช่วยแจ้งฝ่าบาทว่ามีธุระเร่งด่วน ต้องพาข้าออกไป”เขาพยักหน้าอย่างใจเย็น “ได้ ข้าจะช่วย”หลินถิงซาบซึ้งอย่า