ยินเจ้ายังกล้าปฏิเสธ นี่ยังจะปฏิเสธเทียบจากองค์หญิงอีกหรือ? เฝิงฮูหยินยังเมตตาชอบเจ้า ไม่ถือสาหาความ แต่องค์หญิงน่ะ เราไม่อาจล่วงเกินได้”ถ้าพูดเช่นนี้หลินถิงก็เถียงไม่ออก อีกทั้งองค์หญิงก็มิได้มีท่าทีเป็นศัตรู นางจึงมิได้ปฏิเสธอีก“องค์หญิงนัดเจ้าช่วงเที่ยง เจ้าต้องรีบไปเตรียมตัวให้พร้อม อย่าให้เสียเวลา” หลี่ซื่อเรียกสาวใช้เข้ามา “เร็วเข้ามาช่วยคุณหนูเจ็ดชำระกายผลัดเสื้อ”หลังจากตระเตรียมอยู่เกือบชั่วยาม หลี่ซื่อจึงยอมปล่อยตัวบุตรสาว พร้อมกำชับว่า “ต่อหน้าองค์หญิง ต้องวางตัวให้เหมาะสม อย่าเผลอพูดจาอะไรเกินเลยเชียว”หลินถิงพยักหน้า “รู้แล้ว ข้าไม่ใช่เด็กสามขวบเสียหน่อย”เที่ยงตรง รถม้าขององค์หญิงก็มาถึงจวนหลิน หลี่ซื่อนำปิ่นประดับดอกไม้ปักลงบนผมลูกสาวเป็นอันสุดท้าย หวังให้นางไม่ดูขี้ริ้วขี้เหร่เกินไป แล้วก็รีบร้อนเร่งให้นางออกไปอย่าให้องค์หญิงต้องคอยหลินถิงจูงเถาจูเดินออกมา ยังไม่พ้นประตูใหญ่ก็เห็นรถม้าที่หุ้มด้วยแพรไหมทั้งสี่ด้าน แขวนกระดิ่งทองเสียงใสไพเราะอยู่ภายนอก ภายใต้เสียงกระดิ่งดังแว่ว หลินถิงยกชายกระโปรง ก้าวลงบันไดแล้วเดินตรงไปยังรถม้าหน้ารถมีนางกำนัลอยู่สองนาง ล้วนมีรูปโฉมงดงามสะคราญตา เมื่อเห็นนางเดินมา ก็แบ่งหน้าที่กันอย่างคล่องแคล่ว คนหนึ่งวางเก้าอี้สำหรับเหยียบ อีกคนเปิดม่านอย่างนอบน้อม เอ่ยพร้อมกันว่า “คุณหนูเจ็ดแห่งสกุลหลิน”หลินถิงพยักหน้ารับ ขึ้นรถม้าอย่างสง่างาม แต่เม