ื่อก้าวขึ้นมาแล้วกลับพบว่ามีคนอยู่ข้างใน จึงชะงักฝีเท้า “องค์หญิง?” นางนึกว่าอีกฝ่ายจะเพียงส่งคนมารับ ไม่คิดว่าจะมาด้วยตนเององค์หญิงยิ้มพราว พยักหน้าน้อยๆ แล้วตบเบาะข้างตนอย่างเป็นกันเอง “เข้ามานั่งเถิด”หลินถิงรู้สึกเหมือนได้รับพระเมตตาเกินคาด จึงให้เถาจูรออยู่ด้านหน้า แล้วจึงเข้าไปนั่งด้านใน เมื่อได้นั่งแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าจะต้องถวายบังคม จึงรีบขยับจะลุกขึ้น “หม่อมฉันขอถวายพระพร”องค์หญิงจ้องมองใบหน้าของนางแล้วโบกมือ “คุณหนูเจ็ดไม่ต้องพิธีรีตอง”หลินถิงจึงนั่งลงอีกครั้ง กลัวว่าการจ้องมองจะเป็นการล่วงเกิน ทว่าอดไม่ได้ที่จะเหลือบมององค์หญิงด้วยความอยากรู้อยากเห็นองค์หญิงดูเหมือนจะโปรดสีเหลืองยิ่งนัก ทั้งเมื่อวานและวันนี้ล้วนสวมอาภรณ์สีเหลืองสด ใบหน้าที่แต่งแต้มจัดจ้านช่วยให้สีจัดจ้านของเสื้อผ้าดูงามสง่า ที่เอวยังมีอัญมณีรูปดอกกล้วยไม้สีม่วงห้อยอยู่ ดูมั่งคั่งหรูหรา นางยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ติดกาย กลิ่นนั้นชวนหลงใหล หลินถิงอดขยับจมูกสูดกลิ่นไม่ได้องค์หญิงมองเห็นทุกท่วงท่าแล้วหัวเราะเบาๆ “คุณหนูเจ็ดชอบกลิ่นหอมนี้หรือ?”หลินถิงตอบตามจริง “หอมมากเพคะ”องค์หญิงใจดีนัก “หากเจ้าชอบ วันหลังข้าจะให้คนส่งให้เจ้า”หลินถิงรู้ว่านี่เป็นไมตรีที่อีกฝ่ายใช้ล่อให้นางเผยความลับ จึงปฏิเสธ “ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันชินกับกลิ่นที่ใช้อยู่แล้ว”“ก็ได้ ตามใจเจ้า” องค์หญิงไม่ได้บีบบังคับ จากนั้นก็เข้าเรื่องทันที “คุณหน