ูเจ็ด บุรุษที่อยู่กับเจ้าเมื่อวานคือใครหรือ?”หลินถิงย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายหมายถึงผู้ใด “เขาคือสหายของหม่อมฉัน นามว่าจินอันไจ้เพคะ”องค์หญิงทวนชื่อช้าๆ สีหน้าซับซ้อน จากนั้นก็ถามอีก “ชื่อนี้เพราะนัก เจ้ารู้จักเขามานานแล้วหรือ เห็นว่าเขาสวมหน้ากากอยู่ ข้าอดสงสัยมิได้”ทั้งสองต่างรู้กันดีว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร ทว่าต่างฝ่ายก็ต่างไม่คิดจะเปิดโปง หลินถิงคิดถี่ถ้วนแล้วตอบ “รู้จักกันมาสองปีแล้วเพคะ เป็นสหายกัน ย่อมเคยเห็นหน้ากันอยู่บ้าง”องค์หญิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มอีกครา “เขาคงเชื่อใจเจ้ามากทีเดียว”หลินถิงว่า “พอประมาณเพคะ”องค์หญิงทอดถอนใจเล็กน้อย “ข้าช่างอิจฉาความสัมพันธ์ของพวกเจ้าเสียจริง” แล้วเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน “คุณหนูเจ็ด ข้าอยากเป็นสหายกับเจ้า เจ้าคิดเช่นไร?”อยู่ๆ จะให้ปฏิเสธองค์หญิงได้อย่างไร หลินถิงจึงพยักหน้า “นับเป็นเกียรติของหม่อมฉันเพคะ… ขอทราบว่าพระองค์จะพาหม่อมฉันไปที่ใดหรือเพคะ?”นางแอบชะโงกมองผ่านม่านเมื่อครู่ เห็นว่าเส้นทางดูเหมือนจะมุ่งไปยังหอชั้นนำอย่าง “หอหมิงเยว่”องค์หญิงว่า “หอหมิงเยว่”หลินถิงเบิกตา “พระองค์จะพาหม่อมฉันไปหอหมิงเยว่?”“ข้าได้ยินว่าเจ้ายังมิได้หมั้นหมาย ขณะยังมีอิสรภาพอยู่ก็ควรเสพสุขให้เต็มที่ หอหมิงเยว่เพิ่งรับเด็กหนุ่มชุดใหม่มา สะอาดสะอ้าน ข้าจะพาเจ้าไปดูเล่น ไหนๆ เราก็เป็นสหายกันแล้ว ข้าย่อมต้องแบ่งปันกับเจ้า”หลินถิงในใจว่า ไม่จำเป็นต้องแบ่งปั