นถึงเพียงนั้นก็ได้……นางเคยได้ยินกิตติศัพท์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ขององค์หญิงมาก่อน แต่มาประสบด้วยตนเองเช่นนี้ นับว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ “ขอบพระทัยในพระกรุณา แต่เกรงว่าหม่อมฉันไม่โปรดสิ่งนั้นเพคะ”องค์หญิงหัวเราะเบาๆ “ต่อไปอย่าพูดคำว่าหม่อมฉันให้มากนักเลย” แล้วจึงเย้า “หรือว่าเจ้าเคยลองแล้ว?”หลินถิงรีบตอบ “หาได้เคยไม่เพคะ”“ไม่เคย แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าตนไม่ชอบ?” องค์หญิงว่า “ไม่ต้องห่วง พวกเขารู้หน้าที่ดี เจ้าอยากให้ทำเสียงสุนัขพวกเขาก็จะทำตาม น่ารักนัก”หลินถิง “……”องค์หญิงจับมือนางอย่างอ่อนโยน “เจ้ามีผู้ที่รักแล้วแต่เอื้อมไม่ถึงหรือไม่? พวกเขาช่วยให้เจ้าลืมเขาได้ และให้ความสุขแก่เจ้า”หลินถิงตอบเสียงแผ่ว “หามีไม่เพคะ” ถ้าจะว่ามีก็คงเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ แต่เด็กหนุ่มในหอนั้นก็คงมิอาจลบภาพเทพแห่งโชคลาภจากใจนางได้“ถึงไม่มี ก็ลองดูได้สักครั้ง ทุกสิ่งย่อมมีครั้งแรกทั้งสิ้น”องค์หญิงดูจะยังมิคิดล้มเลิกความตั้งใจที่จะพาไปหอหมิงเยว่ พลางเกลี้ยกล่อมต่อว่า “ใครจะรู้ หลังจากวันนี้ไปเจ้าก็อาจจะหลงรักสิ่งนี้เลยก็เป็นได้”หลินถิงหาข้ออ้างอื่นมาหลบเลี่ยง “ฝ่าบาท……หม่อมฉันเกรงว่าจะถังแตกเสียแล้ว”องค์หญิงกลับมิใส่พระทัยแม้แต่น้อย “ก็ในเมื่อเป็นข้าที่พาเจ้ามา แล้วไฉนเลยถึงจะให้เจ้าควักเงินเล่า เจ้าก็แค่เอาใจใส่กับความสุขของตนให้เต็มที่เป็นพอ ส่วนอื่นๆ เจ้ามิต้องห่วง”รถม้าแล่นมาหยุดลงอย่างพอเหมาะพอเจาะ หลินถิ