งยังมิทันเปิดม่านออกก็ได้ยินเสียงดนตรีขับขาน เสียงดีดสีตีเป่าเซ็งแซ่ชวนเคลิบเคลิ้ม องค์หญิงประคองนางลงจากรถม้า ด้วยท่าทีที่ดูคล่องแคล่วอย่างยิ่ง “เชื่อข้าเถิด เจ้าย่อมต้องชอบที่นี่แน่”เถาจูลงจากรถม้าก่อนแล้ว ถึงกับตะลึงจนพูดไม่ออก หากแต่ก็ยังไม่กล้าขัดความประสงค์ขององค์หญิง ได้แต่เหลือบตามองหลินถิงเป็นระยะหลินถิงรู้ดีว่ายากนักที่จะปฏิเสธองค์หญิง จึงทำได้เพียงตามพระองค์เข้าไปยัง “หอหมิงเยว่” สถานเริงรมย์ชื่อดังไม่ไกลกันนัก เหล่าทหารองครักษ์ในชุดผ้าไหมปักลายทองกำลังลาดตระเวนตามถนนอย่างเข้มงวด ผู้นำขบวนวันนี้คือท่านรองผู้บัญชาการต้วนหลิง ซึ่งหันหน้ามายังหอหมิงเยว่พอดี เขามองเห็นหลินถิงกำลังก้าวเข้าไปในอาคารภายในหอหมิงเยว่ หลินถิงเดินตามองค์หญิงไปตามระเบียงวกวน ก่อนจะพบกับบรรดาชายงามที่แต่งหน้าแต่งตัวประหนึ่งหญิงสาว เดินกรีดกรายส่งยิ้มหวานหยดให้พวกนาง ชายงามสองคนถึงกับขว้างผ้าเช็ดหน้าหอมฟุ้งมาให้นางกลิ่นเครื่องหอมแรงจัดจนทำให้นางเกือบจามองค์หญิงเองก็ได้ผ้าเช็ดหน้าหนึ่งผืน แต่กลับโยนทิ้งอย่างไม่ใยดี “ที่นี่ หากพวกเขาขว้างผ้าเช็ดหน้าให้ นั่นก็หมายความว่าเขาถูกใจเจ้า อยากจะปรนนิบัติเจ้า”หลินถิงรีบคว้าผ้าเช็ดหน้าไปโยนทิ้งไกล “ฝ่าบาท……หม่อมฉันหาได้สนใจในเรื่องนี้ไม่”“ข้าก็ว่าแล้ว เจ้ายังไม่เคยลองดูนี่นา” องค์หญิงว่า พร้อมกับยกม่านลูกปัดขึ้น “ตามข้าเข้ามาก่อนเถิด”ภายในหอหมิงเยว่นั้นคึกคักนัก