ลอคิดว่าตนเองตาฝาด แต่เมื่อคิดจะมองดูอีกครั้ง เขาก็หันหน้ากลับไปเสียแล้ว นางรวบรวมสมาธิอีกครั้งพยายามมีสติ “ให้ข้าตามท่านไปเถอะนะ”ต้วนหลิงหายใจระส่ำอย่างรุนแรง ไม่ยอมเปลี่ยนใจ “ข้าไปคนเดียวได้”หลินถิงรู้ดีว่าเขาอาการทรุดหนักจนควบคุมตนเองไม่ได้อีกแล้ว จึงไม่ยืนยันต่อ “แล้วท่านจะใช้เวลานานเท่าใด?”“ครึ่งชั่วยาม” เขาทิ้งคำตอบไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะจากไปด้วยฝีเท้าที่สั่นคลอน“หากผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้วท่านยังไม่กลับ ข้าจะไปตามหา” หลินถิงพูดตามหลังไปอย่างช้าๆ แต่ไม่รู้ว่าเขาได้ยินหรือไม่ เพราะแม้แต่เงาก็หายไปแล้วนางกลับเข้ามาในถ้ำ รอคอยด้วยความกังวล พอรู้ว่าต้วนหลิงอาการกำเริบ ง่วงเพียงใดก็หายเป็นปลิดทิ้ง นางใช้เสียงหยดน้ำที่หยดลงจากผนังถ้ำเพื่อคะเนเวลาครึ่งชั่วยามผ่านไป ต้วนหลิงยังไม่กลับมา นางจึงดับไฟแล้วออกไปตามหา ต้วนหลิงมิได้หลอกลวงนาง ออกจากถ้ำ เดินไปทางขวาร้อยก้าว ก็มีแอ่งน้ำอยู่จริง แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ในแอ่ง“ท่านต้วน? ท่านต้วน! ต้วนหลิง!” หลินถิงรีบวิ่งเข้าไปตะโกนเรียกเสียงน้ำกระเซ็นดังซ่า ใครบางคนโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา ใบหน้างามดุจสตรีนั้นเผยขึ้นจากผิวน้ำ เส้นผมเปียกแนบกับใบหน้า บ่า และแผ่นหลัง หยาดน้ำไหลจากปลายคางลงมาแตกกระเซ็นเป็นละออง เสื้อผ้าเขาเปียกชุ่มแนบแน่นไปกับร่าง เผยให้เห็นสัดส่วนช่วงบนได้อย่างชัดเจนหากไม่ใช่เพราะหลินถิงรู้จักเขาดี นางคงนึกว่าเป็นปีศาจจิ้งจอกออกมาหลอกล่อ