้วยเหตุนี้เอง นางจึงเคยพบพี่ชายทั้งสองของต้วนซินหนิงอยู่บ้าง แม้จะเป็นเพียงการพบปะทักทาย ไม่ได้มีบทสนทนาอันใดลึกซึ้งในขณะนั้น หลินถิงยังมิได้ตื่นรู้จากการเป็นตัวร้ายในเรื่อง ทุกการกระทำจึงล้วนเดินไปตามบทบาทเดิมของนาง-อิจฉาริษยา ใจแคบ เกลียดชังผู้มีคุณธรรม มีใจริษยาต่อต้วนซินหนิงผู้เพียบพร้อม ทั้งชาติกำเนิดอันสูงศักดิ์ และความรักใคร่จากครอบครัวตอนนั้นหลินถิงยังไม่เคยไปเหยียบย่างถึงจวนต้วน จนกระทั่งเมื่ออายุห้าขวบ นางจึงไปจวนต้วนเป็นครั้งแรก ในฐานะแขกผู้ร่วมงานศพของต้วนหลี่เซิง พี่ชายคนโตของต้วนซินหนิงต้วนหลี่เซิงอายุห่างจากต้วนหลิงและต้วนซินหนิงกว่าสิบปี สิ้นชีวิตเมื่ออายุเพียงยี่สิบปี ยังอยู่ในวัยหนุ่มแน่นเฝิงฮูหยิน-ร้องไห้จนตาแทบบอด ส่วนท่านต้วนผู้เป็นบิดาก็โศกเศร้าจนล้มป่วยต้วนซินหนิงเมื่อรู้ว่าพี่ชายจะไม่มีวันลืมตาตื่นอีกก็ร้องไห้ไม่หยุด หลินถิงภายนอกทำท่าว่าเข้าไปปลอบใจ ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความสะใจ“ฮือฮือ……พวกเขาบอกว่าพี่ใหญ่ของข้า……พี่ใหญ่ตายแล้ว” ต้วนซินหนิงฟุบหน้าร้องไห้หลินถิงเห็นดวงตานางบวมช้ำ ใจกลับรู้สึกปิติ แต่กลับแสร้งทำสีหน้าเศร้าเสียใจเช่นเดียวกัน บีบน้ำตาออกมาให้ตาแดงดูสมจริงต่อหน้าผู้อื่น หลินถิงดูประหนึ่งเป็นสหายแท้ผู้โอบอ้อมอารีต่อต้วนซินหนิง ด้วยเหตุนี้เอง เฝิงฮูหยินจึงส่งจดหมายเชิญถึงจวนหลิน ให้คุณหนูหลินถิงมาคลายความเศร้าให้บุตรสาว เพราะต้วนซินหนิงเอาแต่ร้อง