ดชังในดวงตา ขณะที่โยนกลีบดอกไม้ลงสระเขาไม่รู้สึกอะไรเลย แต่ก็หยิบผ้าเช็ดหน้าให้ “ลำบากน้องหลินเจ็ดแล้ว”เขายังเด็ก แต่ก็มีมารยาทของสกุลใหญ่ การปฏิบัติต่อนางก็นอบน้อมนักหลินถิงชะงักไปเล็กน้อย รับผ้าเช็ดหน้ามา แสร้งร้องไห้ขอบคุณ “ขอบคุณท่านพี่รองต้วน” เขายิ่งเป็นเช่นนี้ นางก็ยิ่งเกลียดเขา เพราะเขามีทุกสิ่งที่นางไม่มีต้วนหลิงหันไปมองผิวน้ำ เอ่ยเสียงเรียบ “น้องหลินเจ็ดอย่าเสียใจเกินไป เจ้าก็พูดไว้แล้ว คนตายไม่อาจฟื้น คนเป็นต้องดูแลตัวเองให้ดี”นางพยักหน้าแรงราวกับไก่จิกข้าว ศาลาเงียบสงัดลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดม่านบางไหวเบาๆ เด็กหญิง “ที่คลายใจ” แล้วก้มหน้ามองหนังสือในมือเขา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดใส แสร้งทำเป็นไร้เดียงสา ไร้ซึ่งความอิจฉาริษยา“ว่าแต่ ท่านพี่รองต้วนมานั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียวหรือเจ้าคะ?”ต้วนหลิงลูบผ่านหน้ากระดาษเก่าๆ ในมือ “ก็แค่อยากอ่านก็อ่าน” ว่าแล้วเขาก็ลุกเดินไปที่ราวระเบียง มองปลาน้อยมากมายที่ว่ายวนในสระหลินถิงมองแผ่นหลังเขา จู่ๆ ก็เกิดความคิดชั่วร้ายและโง่เขลาขึ้นมาวูบหนึ่ง-อยากผลักเขาตกน้ำ แต่เพียงชั่วพริบตาที่นางยกมือขึ้น จิตสำนึกดีในใจกลับพุ่งเข้าห้าม ยับยั้งบทบาท “ตัวร้าย” เอาไว้ได้ทัน มือจึงค้างกลางอากาศเช่นนั้นนางหารู้ไม่ว่า ผิวน้ำใสราวกระจกสะท้อนให้เห็นทุกการเคลื่อนไหวของนาง เด็กชายผู้หันหลังให้ยืนอยู่ตรงนั้นมองลงไปในน้ำ……ก็แลเห็นทุกสิ่งเช่นกัน เนิ่นนาน นา