ึงเอ่ยถามขึ้น”หลินถิงแทรกขึ้นทันที “พวกท่านเอาแต่ดื่มกัน ไยไม่แตะกับข้าวบ้าง ระวังจะเมานะเจ้าคะ”นางเริ่มหิวแล้ว ต้วนหลิงหัวเราะเบาๆ “คุณหนูเจ็ดยังกลัวว่าข้าจะเมาด้วยหรือ? วันที่ข้าออกจากเมืองหลวง เจ้ายังอยากให้ข้าดื่มอีกสักหลายจอกมิใช่หรือ?”จินอันไจ้หันมามองหลินถิงด้วยแววตาประหลาด – วันนั้นที่หอหนานซาน นางทำอะไรกับต้วนหลิงกันแน่? หรือว่าคราวก่อนก็คือขโมยจูบอีกตามเคย……ใจกล้ายิ่งนักหลินถิงรีบกลบเกลื่อน “ข้ามิได้กลัวท่านเมา ข้ากลัวจินอันไจ้เมาต่างหาก”จินอันไจ้ “ข้าขอบใจเจ้าด้วย”นางตบไหล่เขาแรงๆ “เขาเมาแล้วมักคลุ้มคลั่ง หากเกิดไปคลั่งใส่ท่านต้วนเข้า ก็คงไม่งาม”ต้วนหลิงลูบถ้วยสุราเบาๆ ลายนูนของถ้วยสะท้อนกับปลายนิ้ว แล้วกล่าวขึ้น “เช่นนั้น เจ้าคงเคยเห็นเขาเมามาหลายครั้งแล้ว?”แม้หลินถิงจะไม่เคยเห็น แต่เพื่อรักษาน้ำคำตนเอง นางจึงรับคำอย่างหนักแน่น “เคยอยู่หลายครั้งเจ้าค่ะ”จินอันไจ้ปรายตามองนางแวบหนึ่ง มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่มีวันเทียบหลินถิงได้เลย-นั่นคือ “วาจา” นางเป็นคนพูดจาเฉียบคม ปากจัดแสนกล้า สามารถพูดให้ถูกใจทั้งคนและผีต้วนหลิงวางเหย้าลง “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ควรดื่มให้น้อยลงหน่อย รักษาสุขภาพของคุณชายจินจะดีกว่า ข้าดูแล้วคุณชายจินอายุยังน้อย เริ่มออกท่องยุทธภพตั้งแต่เมื่อใดกัน?”จินอันไจ้ว่า “ข้า……”แต่หลินถิงรีบขัดขึ้นมา ลดโอกาสให้ทั้งสองได้พูดคุยกันมากเกินไป กลัวว่าจินอันไจ้จะพูดสวนทางก