ับสิ่งที่นางเคยบอกต้วนหลิงไป “ข้ารู้ เรื่องนี้เขาเคยเล่าให้ฟัง เขาออกท่องยุทธภพตั้งแต่อายุสิบขวบเจ้าค่ะ”ต้วนหลิงยิ้มบางๆ “สิบขวบหรือ ช่างเร็วแท้ แล้วญาติพี่น้องของเขาเล่า ยอมให้เขาออกเดินทางตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนั้นหรือ?”หลินถิงรีบตอบแทนอีกครา “เขาไม่มีญาติพี่น้องแล้ว เพราะเหตุนั้นจึงต้องออกท่องยุทธภพแต่เด็กเจ้าค่ะ”ต้วนหลิงเผยสีหน้าเสียใจ “ขออภัย ข้าเผลอเอ่ยถึงเรื่องเศร้าของคุณชายจินเอง ขอลงโทษตนเองหนึ่งจอก” พูดจบก็ยกสุราดื่มหมดจอกจินอันไจ้เอ่ยอย่างเรียบเฉย “หาใช่เรื่องใหญ่ไม่”ต้วนหลิงว่า “ยุคสมัยนี้อยู่รอดไม่ง่าย คุณชายจินบัดนี้ทำอาชีพอันใดเล่า?”หลินถิงยังคงแย่งตอบ “ตอนนี้เขาทำงานให้ข้าเจ้าค่ะ ข้ามีร้านขายผ้า ท่านต้วนก็คงทราบดี ต้องมีการนำผ้าเข้าเป็นระยะๆ เรื่องพวกนี้ข้ามอบหมายให้เขาจัดการทั้งหมด”ต้วนหลิงเคาะนิ้วเบาๆ บนโต๊ะ “นั่นออกจะเป็นการใช้คนผิดที่ผิดทางไปหน่อย คุณชายจินสนใจจะมาทำงานที่กรมทหารไหม? ด้วยฝีมือของท่าน หากได้เข้ากรมควบคุมแห่งเมืองหลวง ย่อมต้องได้รับการใช้งานอย่างแน่นอน”จินอันไจ้ตอบอย่างเย็นชา “ข้าไม่ข้องเกี่ยวกับราชสำนัก”ต้วนหลิงก้มหน้าลง “น่าเสียดาย……แต่ก็ใช่ มีคนไม่น้อยที่ออกท่องยุทธภพก็เพื่อหลีกหนีการเมือง” เขาเงยหน้ามองหลินถิง “ข้าเคยได้ยินคุณหนูเจ็ดบอกว่า พวกท่านรู้จักกันมาได้หนึ่งปีแล้ว?”หลินถิงทันใดก็จับได้ว่าเขากำลังลอบลองเชิง “ท่านต้วนจำผิดกระมัง ข้าบอกว่