ม่รู้จักต้วนหลิง แต่นางรู้นิสัยของเขาดี – เขาไม่เคยทำสิ่งใดโดยไร้เหตุผล หากเขาต้องการพบจินอันไจ้ย่อมมีจุดประสงค์แน่นอนต้วนหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “มิได้มีอันใดมากนัก ข้าเพียงอยากรู้จักผู้คนในยุทธภพบ้าง ข้าเป็นองครักษ์เสื้อแพร ยามปฏิบัติหน้าที่ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับคนในยุทธภพบ้าง มิใช่หรือ? ที่ใดจะชนะศึก หากมิรู้จักศัตรูดีพอ”จากนั้นเขาก็เงยหน้ามองนางที่ยืนอยู่บนบันได “คุณชายจินฝีมือสูงส่ง เป็นสหายของคุณหนูเจ็ด ย่อมไม่ใช่คนเลวข้าเห็นว่าเหมาะแก่การรู้จักดีนัก”หลินถิงไม่ปักใจเชื่อคำพูดของเขา ด้วยฐานะของเขา หากอยากรู้จักผู้ใดในยุทธภพ ก็หาผู้เหมาะสมได้ไม่ยาก แต่หากปฏิเสธตรงๆ ยิ่งจะกระตุ้นความสงสัยของต้วนหลิงให้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆครั้นคิดได้ดังนั้น นางจึงแสร้งตอบว่า “ได้ ข้าจะลองไปถามเขาดู หากเขายินดีจะพบ ข้าจะให้คนส่งข่าวไปแจ้ง”ต้วนหลิงประสานมือคารวะ “ข้าขอบคุณคุณหนูเจ็ดไว้ ณ ที่นี้”“แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น” หลินถิงตอบกลับเรียบง่ายต้วนหลิงมองนางอีกคราหนึ่งอย่างลึกลับ หาได้เอ่ยสิ่งใดเพิ่มเติม แล้วก้าวขึ้นรถม้าอย่างสง่างาม หลังม่านถูกปิดลงก็ไม่เปิดออกอีกจนกระทั่งรถม้าพ้นจากถนนฉีผานไป หลินถิงมองตามรถม้าไปจนลับตา ก่อนหันมาบอกเถาจูให้เตรียมตัวกลับจวนเถาจูแปลกใจ “คุณหนูเจ็ด วันนี้มิใช่ว่าท่านจะรอจนตะวันตกดินค่อยกลับหรือเจ้าคะ? ยามนี้เพิ่งจะเที่ยงยังไม่ถึงด้วยซ้ำ”“ข้าให้เจ้ากลับไปเอง มิได