ี่นั่งอยู่บนบันได กำลังปัดฝุ่นอย่างเพลินๆ เขาเคลื่อนกายหลบไปอีกฝั่งเพื่อไม่ให้โดนฝุ่นตกใส่หัว แล้วถามกลับอย่างสุขุม “ต้วนหลิงตรวจเจอข้าที่ซูโจวแล้วหรือ?”หลินถิงนั้นขี้เกียจเป็นทุน นางปัดไปเพียงไม่กี่ครั้งก็หยุด “ข้ายังไม่อาจแน่ใจ ข้าลองหยั่งเชิงแล้วแต่จับอะไรไม่ได้เลย ทว่าข่าวลือย่อมมีเค้าความจริงบ้าง อย่าได้ประมาท เจ้าอย่าชะล่าใจนักช่วงนี้”จินอันไจ้พยักหน้ารับอย่างไม่ออกความเห็นใดๆ แล้วย้ายกลับไปยังจุดเดิม ปัดฝุ่นต่อ “อืม”หลินถิงเห็นเขาขยันขันแข็งเช่นนั้น ก็เริ่มรู้สึกผิด เลยคว้าไม้ปัดฝุ่นกลับมาช่วยอีกแรง ผลก็คือ – ฝุ่นปลิวลงมาเต็มศีรษะของจินอันไจ้เขาอดกลั้นแรงอารมณ์อยากฆ่าคนไว้ “……เจ้าหยุดทำเถิด”“เช่นนั้นก็ไม่ค่อยดีมั้ง?”จินอันไจ้เริ่มสงสัยว่านางตั้งใจ “ข้าบอกว่าไม่ต้องทำ ก็หมายถึงไม่ต้องทำ หากเจ้าไม่เข้าใจภาษาคน ก็ไปหาหมอหูมารักษาเสีย ส่วนเรื่องพบหน้า ข้ายินดี เจ้าไปแจ้งเขาให้เถิด วันเวลาและสถานที่……แล้วแต่เขาเลือก”หลินถิงโยนไม้ขนไก่ทิ้ง เดินลงจากบันได แล้วไปเปิดตู้หาขนมกิน “ได้เลย ถึงวันนั้นข้าจะไปกับเจ้าด้วย เผื่อจะได้ช่วยอะไรบ้าง”จินอันไจ้มองนางด้วยแววตาเย็นชา เห็นนางหยิบขนมมากินอย่างไม่เกรงใจ – ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมขนมที่เขาซื้อกลับมาจึงชอบหายไปอย่างลึกลับ ที่แท้……ต้นเหตุก็คือหญิงผู้นี้เองเขาตัดสินใจจะตัดค่าขนมจากบัญชีส่วนกลางในคราวหน้า “ข้าก็มีเรื่องจะบอกเจ้าเช่นกัน”“ว่าแต่เร