ื่องอะไร?”จินอันไจ้ยังคงปัดฝุ่นต่อ “ข้าจะไปส่งคุณชายห้าสกุลเซี่ยออกนอกเมือง”หลินถิงถึงกับสำลักขนม ต้องรีบควานหาน้ำมาดื่มจึงค่อยรู้สึกว่ารอดชีวิตมาได้ “เจ้าหาเขาเจอแล้วรึ? แล้วยังจะไปส่งเขาออกนอกเมืองอีก?”“ใช่” จินอันไจ้พูดพลางยกหนังสือไปยังลานหลังเพื่อผึ่งแดด “แต่เจ้าอย่าได้คิดมาก ข้าแค่อยากแจ้งให้เจ้าทราบเท่านั้น หาได้หมายจะชวนเจ้าไปด้วยไม่”หลินถิงวางถ้วยน้ำแล้วรีบเดินตามออกไป “เจ้าคิดจะพาเขาออกนอกเมืองเมื่อใด?” ต้องให้หลีกเลี่ยงช่วงที่ต้วนหลิงออกลาดตระเวนลานหลังถูกจัดระเบียบดี ไก่กับสุนัขก็ถูกขังไว้ในกรงเรียบร้อย จึงสะอาดเรียบร้อยจินอันไจ้กางหนังสือออกผึ่งแดด “ยังไม่แน่นอน”นางครุ่นคิดครู่หนึ่ง “หากกำหนดได้แล้วอย่าลืมบอกข้าด้วย แล้วตอนนี้คุณชายห้าสกุลเซี่ยอยู่ที่ใด?”จินอันไจ้มิได้ตอบ เพียงผึ่งหนังสือจนเสร็จแล้วจึงเงยหน้าขึ้น แล้วพยักหน้าไปยังชั้นสองของหอหนังสือ หลินถิงหันไปมองตามสายตา เห็นบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าต่าง ใบหน้าหล่อเหลาสง่างาม สวมอาภรณ์หลวมๆ ร่างกายซูบผอมราวกับโครงกระดูก สิบนิ้วที่วางพาดอยู่บนขอบหน้าต่างมีเล็บใหม่กำลังงอกออกมา แทนที่เล็บเดิมที่ถูกทรมานจนหักหมดเซี่ยชิงเหอสบตากับหลินถิง แล้วพยักหน้าให้อย่างสุภาพ คงเพราะจินอันไจ้เคยพูดถึงนางไว้ก่อน จึงรู้ว่านางเป็นใคร “คุณหนูเจ็ดสกุลหลิน”***สามวันต่อมา หลินถิงตามจินอันไจ้ไปพบต้วนหลิง สถานที่นัดพบคือ “หอหนานซาน”ก้าวเท้า