หลินถิงเห็นว่าต้วนหลิงไม่ประสงค์จะเอ่ยถึงว่าเป็นโรคใด นางก็ไม่เซ้าซี้ถามอีก ท้ายที่สุดแล้ว สองคนนี้ก็มิใช่สนิทสนมถึงขั้นเปิดใจทุกเรื่อง แสดงความห่วงใยพอเหมาะก็เพียงพอแล้ว“หวังว่าท่านต้วนจะหายดีโดยไว” นางครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าในมือออกไป “ท่านควรเช็ดเลือดออกเสียหน่อย”เลือดออกถึงเพียงนี้จริงหรือจะไม่เป็นลม? คนขององครักษ์เสื้อแพรล้วนร่างกายแกร่งกล้าถึงเพียงนั้นเชียว?ต้วนหลิงกลับไม่รู้สึกอะไรกับเลือดที่ไหลจากข้อมือ เหมือนชินเสียแล้ว เมื่อครู่เขาเพียงไม่ทันได้ใส่ใจจึงไม่ได้เช็ดออก เขาเหลือบตามองผ้าเช็ดหน้าที่หลินถิงยื่นให้ ใบหน้าสะท้อนแววตะลึงเล็กน้อย บนผ้าสีส้มสดใสนั้นปรากฏลวดลายปักที่คล้ายหนอนสีเขียวบิดเบี้ยวไปมาหลินถิงตามสายตาเขาไป เห็นเช่นนั้นจึงรู้ว่าผืนที่หยิบออกมาบังเอิญเป็นผืนที่นางเคยปักไว้เอง ก่อนหน้านี้หลี่ซื่อบังคับให้นางเรียนปักผ้า โดยเริ่มจากลวดลายดอกไม้และต้นหญ้าพื้นฐาน แต่ผลลัพธ์ก็ยังเละเทะไม่เป็นท่า ผืนนี้ก็เช่นกันหญ้าที่ควรจะดูเหมือนหญ้ากลับกลายเป็นคล้ายอะไรบางอย่างที่ไม่ชัดเจนหลี่ซื่อเห็นเข้าก็ว่าเสียๆ หายๆ สั่งให้นางโยนทิ้งเสีย ไม่อย่างนั้นหากอนุเสิ่นเห็นเข้า เกรงจะเอาไปนินทาได้ แต่หลินถิงไม่ยอมทิ้ง เพราะนางไม่ได้มองว่ามันน่าเกลียดอะไรนัก อย่างน้อยก็เป็นผลงานที่ลงมือทำเองทุกฝีเข็ม แถมผ้าไหมที่ใช้ก็ราคาไม่น้อย จะไม่ให้คนอื่นก็เก็บไว้ใช้เองก็ได้พอนึก