เมื่อถ้อยคำของต้วนหลิงเอ่ยออกมา บรรยากาศในห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วครู่ สายลมพัดลอดประตูที่เปิดแง้มอยู่ เข้ามากระทบภาพตำรารักบนมือหลินถิง ทำให้บางแผ่นพลิกไหวเบาๆ เกิดเสียงกรอบแกรบชวนให้เขินอายแสงอาทิตย์อันสว่างไสวส่องลอดชายคาเข้ามา ทำให้ภาพบนตำรารักปรากฏชัดเจน หลินถิงก้มหน้าลง มองเห็นบนแผ่นภาพนั้น ชายหญิงหนึ่งคู่กำลังร่วมภิรมย์ในท่วงท่า “เจ้าแม่กวนอิมประทับดอกบัว”กล่าวได้ว่าคุณหนูต้วนซินหนิงเลือกภาพมาได้อย่างมีรสนิยม ตำรารักที่ซื้อหามานั้นเป็นของชั้นดี ตัวบุคคลวาดได้งดงามดั่งมีชีวิต ทำให้ผู้ชมเสมือนได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยตนเอง หากมิใช่เพราะสถานการณ์ในยามนี้ไม่เหมาะสม นางคงปิดประตูแล้วหยิบมันขึ้นมาพินิจอย่างตั้งใจแต่ในเมื่อมีต้วนหลิงอยู่ตรงหน้า นางย่อมไม่อาจทำเช่นนั้นได้ ถึงอย่างไรนางก็ยังไม่มีนิสัยดูตำรารักร่วมกับบุรุษหลินถิงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะยัดตำรารักใส่มือต้วนหลิงคืนไปต้วนหลิงดูท่าจะไม่คิดว่านางจะทำเช่นนี้ แววตาเผยความประหลาดใจขึ้นเล็กน้อย “คุณหนูเจ็ด……นี่เจ้ากำลังทำอะไร?”หลินถิงเงยหน้าขึ้น ดวงตากระพริบใสแจ๋ว ทำหน้าตาไร้เดียงสาไร้มลทิน คล้ายจะบอกว่า “ข้าบริสุทธิ์เหลือเกินอย่ากล่าวหาข้าให้เสียหาย”“ท่านต้วน ข้าคิดว่าท่านเข้าใจผิดแล้ว ตำรารักเล่มนี้มิใช่ของข้าเจ้าค่ะ”“มิใช่ของเจ้า?”“มิใช่จริงๆ ท่านเก็บได้จากพื้นมิใช่หรือ?”ต้วนหลิงหัวเราะในลำคอเบาๆ “เช่นนั้นเจ้ามาที่นี่