ต้วนหลิงไม่รู้ว่าตนเอนกายนอนอยู่บนเตียงมานานเท่าใด… หยดของเหลวสีขาวขุ่นเจือปนเลือดที่มีกลิ่นสนิมเหล็กค่อยๆ หยดลงสู่พื้น จนกระทั่งจับตัวแห้งติดค้างอยู่กลางอากาศหลังจากนั้นหนึ่งชั่วยาม เขาจึงลุกขึ้นมาชำระกาย นำข้อมือทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยบาดแผลจุ่มลงในน้ำสะอาดล้างรอยเลือดที่เกรอะกรังออกจนหมด น้ำเหมือนจะแทรกซึมเข้าไปในรอยแผล ยิ่งชำระยิ่งเจ็บลึกเขาจ้องมองสองมืออยู่นาน สายตาทอดมองเพียงรอยแผลอันน่าเกลียดชวนสะท้อนใจ เลือดที่เคลือบอยู่ตามข้อมือเมื่อถูกชะล้างออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่ซ่อนอยู่ด้านล่าง บาดแผลใหม่ที่เพิ่งเปิดเผยออกมานั้น เนื้อหนังพลิกเปิดโชยกลิ่นคาวเลือดชวนเวทนาต้วนหลิงค่อยๆ ยกมือขึ้น ลูบไล้ข้อมืออย่างแผ่วเบา ผิวหนังที่ขรุขระหยาบกร้าน ต่อให้ไม่มอง เพียงแค่สัมผัสก็รับรู้ได้ถึงความน่าสยดสยองของรอยแผลเหล่านั้น ในห้วงเวลานั้น เหตุใดภาพนางที่วิ่งเข้ามาหาเขาจึงผุดขึ้นมาในหัวกันเล่า…ภายในห้องถูกปิดสนิททั้งประตูหน้าต่าง ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด กลิ่นคาวเลือดก็แทรกซึมไปทั่วทุกอณู กลิ่นนี้ดึงสติของต้วนหลิงกลับคืนมา เขาหยิบผ้าเช็ดมือมาซับน้ำออกจากข้อมือ แล้วผลักหน้าต่างออก ก่อนจะจุดธูปหอมในกระถางซึ่งบรรจุไม้จันทน์หอมไว้เมื่อกลิ่นหอมของไม้จันทน์คลุ้งไปทั่ว เขาจึงสั่งบ่าวไพร่ให้เตรียมน้ำร้อนเพื่ออาบใหม่อีกครั้ง โดยมิได้สนใจอ่างน้ำเก่าที่ปนเปื้อนด้วยโลหิตและน้ำกามแม้แต่น้อย รวมถึงไม่คิดจะพัน