ที่ศาลาพักผ่อนด้านไกล เถาจูผู้ถือขันน้ำเดินกลับมา พลันยืนตัวแข็งราวกับถูกสาป นางเพิ่งเห็นอะไรไปกันแน่?เห็นคุณหนูเจ็ดอ้าแขนโอบกอดท่านใต้เท้าต้วน ซ้ำยังลูบที่เอวเขาต่อหน้าต่อตาฟ้าดิน!การโอบกอดและลูบเอวเช่นนี้ หาใช่การกระทำของคนรู้จักธรรมดาไม่ เถาจูเชื่อว่าคุณหนูของตนหาใช่สตรีไร้ยางอาย เช่นนั้นแล้ว……ย่อมต้องเป็นส่วนหนึ่งของแผนการ!คุณหนูของนางเคยบอกว่าจะไม่แต่งกับใต้เท้าต้วน แต่มิได้กล่าวว่าจะไม่วางแผนกลั่นแกล้งเขา เถาจูอ่านหนังสือมาหนึ่งปี คิดว่าตนยังพอมีสมองอยู่บ้าง จึงตีความว่า – คุณหนูของตนต้องการให้ใต้เท้าต้วนหลงรักนางอย่างจริงใจ แล้วจึงสลัดทิ้งให้ชอกช้ำ เจ็บปวดทั้งกายใจเฉกเช่นองค์หญิงในวัง ที่เลี้ยงชายงามไว้มากมาย คราใดเบื่อก็โยนทิ้งนอกวัง ชายเหล่านั้นต่างหลงใหลในสติปัญญาและความงามขององค์หญิง ไม่อยากจากลา เฝ้าเวียนวนอยู่หน้าวัง หลงรักแต่ไร้ผล จนสุดท้ายก็ทรุดโทรมอย่างน่าสงสารคุณหนูเจ็ดของนางนี่มัน……ช่างร้ายกาจ ไม่สิ ต้องกล่าวว่าช่างชาญฉลาดยิ่งนัก! แผนนี้ช่างแยบยลด้วยวิธีนี้ นางไม่ต้องเสียอนาคตของตนเพื่อแต่งงาน หากจะเลือกแต่งกับผู้ใดภายหลังก็สามารถทำได้โดยไม่เดือดร้อน ทั้งยังบรรลุเป้าหมายในการทำให้ใต้เท้าต้วนทุกข์ทรมานเถาจูถึงกับเกิดความเคารพในใจ คุณหนูของนางช่างเฉลียวฉลาดยิ่งนัก!ในขณะนั้น บนชั้นสองของหอพระไตรปิฎก มีสตรีไม่กี่นางยืนอยู่ พวกนางจ้องมองไปยังศาลา เห็นเหตุการณ์ที่หลินถิ