มกำไลเข้าให้เรียบร้อย เมื่อนางจะถอดออกอีกฝ่ายก็กล่าวว่า “กำไลนี้บุตรีข้า หลิงอวี่ก็มีอีกวงหนึ่ง ข้าได้ยินมาว่าเจ้ากับนางเป็นสหายที่สนิทที่สุดมิใช่หรือ? คนละวงก็เหมาะดีไม่ใช่หรือ?”“แต่ข้า……” หลินถิงยังลังเลเฝิงฮูหยินขัดเบาๆ พลางยิ้ม “เจ้าสวมแล้วงามนัก รับไว้เถิด”ที่แท้กำไลวงนี้เป็นกำไลสหายรัก หาใช่สิ่งแสดงความหมายผูกมัดดั่งที่นางคิด หลินถิงนิ่งอึ้งอยู่ชั่วครู่ ก่อนพยักหน้าเบาๆ “ขอบคุณเฝิงฮูหยินเจ้าค่ะ”ต่อไปนางจะตั้งใจหาเงินให้มากขึ้น เพื่อหาของขวัญตอบแทนความมีน้ำใจของเฝิงฮูหยินให้เหมาะสม หลินถิงนึกในใจว่าตนจะต้องพากเพียรยิ่งขึ้นเฝิงฮูหยินพอใจ มองนางด้วยสายตาเอ็นดู “เจ้ากับข้ามีเรื่องใดต้องเกรงใจกันอีก”นางพลางเอ่ยถึงต้วนหลิง “จื่ออวี่บอกว่ามีเบาะแสของคนร้ายจากสกุลเซี่ย พวกองครักษ์เสื้อแพรต้องรีบไปตรวจค้นที่ถนนซานฟาง จึงไม่อาจส่งพวกเจ้ากลับได้ เป็นเหตุจำเป็น หาใช่ไม่ใส่ใจ”หลี่ซื่อรับด้วยท่าทีมีน้ำใจ “พวกเรารู้ดี เขาเป็นขุนนางของราชสำนัก งานราชการย่อมสำคัญกว่า เรากลับเองได้ไม่เป็นไร”ถนนซานฟาง? ทำไมชื่อถนนนั้นฟังดูคุ้นหูนัก หลินถิงนึกอยู่ครู่หนึ่งจึงจำได้ ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ เซี่ยจื่อม่อเคยเอ่ยถึงเหตุการณ์นี้ขณะอยู่กับต้วนซินหนิง-กล่าวว่ามีไฟไหม้ที่ถนนซานฟาง ผู้คนเสียชีวิตไปมากมาย นับเป็นเรื่องร้ายแรงเตือนนางให้ระวังตัวเมื่อต้องออกไปข้างนอกแต่วันเดือนปีแน่ชัดนั้นมิได้กล่าวไว้ หรือว่า……