นก็เรียกให้หยุดรถไว้ กล่าวอำลาหลินถิงด้วยตนเองด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่ หลินถิงไม่อาจนั่งอยู่เฉยๆ จึงลงจากรถม้าพร้อมกับหลี่ซื่อ ในตรอกที่แยกกันนั้นผู้คนเบาบาง เงียบสงบ มีเพียงรถม้าของพวกเขาหยุดอยู่เท่านั้นเฝิงฮูหยินเดินมาหานาง จูงมือนางไว้ ก่อนหยิบกำไลหยกขาวจากกล่องหีบเล็กส่งให้ “เกือบลืมมอบสิ่งนี้ให้เจ้าแล้ว”ภายใต้แสงอาทิตย์ กำไลหยกขาวงามใสราวแสงจันทร์ไร้ตำหนิ เนื้อละเอียด สีอ่อนชวนมอง งามบริสุทธิ์ประหนึ่งแสงจันทร์กลางราตรีบนผืนโลก สิ่งล้ำค่าเช่นนี้ใช่ว่าจะหาซื้อได้ด้วยเงินหลี่ซื่อคิดในใจ สกุลขุนนางใหญ่ก็ช่างเอื้อเฟื้อจริงๆ ยังไม่ทันแลกสารหมั้นก็รีบส่งของแล้วแม้หลินถิงจะรักทรัพย์ แต่ก็รู้ดีว่าทรัพย์บางสิ่งสามารถรับไว้ได้ บางสิ่งก็ไม่ควรรับ นางจึงปฏิเสธอย่างอ่อนน้อม“ของสิ่งนี้ล้ำค่าเกินไปเจ้าค่ะ ข้ารับไว้ไม่ได้ ขอให้เฝิงฮูหยินเก็บไว้เถิด”เฝิงฮูหยินหาได้ถอนมือกลับ “หรือว่าเล่ออวิ๋นไม่ชอบกำไลนี้?”“เปล่าเจ้าค่ะ มิใช่ว่าข้าไม่ชอบ กำไลนี้งดงามยิ่ง ท่านมีสายตาดีมาก เพียงแต่ข้ารู้สึกว่ามิได้ทำคุณความดีสิ่งใด ไม่ควรรับสิ่งของล้ำค่าเช่นนี้”แม้นางปฏิเสธ แต่เฝิงฮูหยินยังยิ้มละไม “ข้ามิได้หวังให้เจ้าตอบแทนสิ่งใด เพียงแค่อยากมอบของขวัญให้เจ้า จะไม่ได้เลยหรือ?”หลี่ซื่อแอบหยิกเอวหลินถิงเบาๆ “นี่คือไมตรีจิตของเฝิงฮูหยิน เจ้าจะมัวชักช้าอยู่ไย รีบรับไว้เสียสิ”เฝิงฮูหยินจับข้อมือหลินถิงไว้แน่น สว