ไว้ในปาก กล่าวอย่างพูดไม่ชัดว่า “เป็นพวกองครักษ์เสื้อแพรมาหาท่านรองผู้บัญชาการ มีธุระจะพูดด้วย ไม่เกี่ยวกับเรา ท่านแม่อ้าปากหน่อย ข้าจะป้อนบ๊วยให้ อร่อยมากเลยนะ”หลี่ซื่อปัดมือนางออก “กินๆๆ เจ้าเอาแต่รู้จักกิน วันๆ ไม่มีความเจริญให้ระลึกถึง กลัวบ้างหรือไม่ว่าจะอ้วนเป็นหมู วันหน้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไม่รู้จักส่งคนไปถามไถ่ข่าวสารท่านรองผู้บัญชาการบ้าง!” หลี่ซื่อดุด่าด้วยความเจ็บใจนักหนาหลินถิงเคี้ยวบ๊วยต่อไปอย่างขุ่นข้องใจ เอนหลังแนบแผ่นไม้บนเบาะ “ท่านไม่กิน ข้าก็กินเอง แล้วเหตุใดข้าต้องไปห่วงใยเขาด้วย ในเมื่อข้ามิได้ชอบเขา อย่าให้ผู้คนเข้าใจผิดไปกันใหญ่เลย”หลี่ซื่อใช้นัยน์ตาประหลาดนั้นจ้องนางอีกครั้ง “จริงด้วย เจ้ามิได้ชอบเขา”มิได้ชอบเขา แต่กลับโผกอดเขาไว้……ขณะนั้นเอง มีคนเคาะข้างรถม้าดังขึ้นเบาๆ “หลี่ฮูหยิน คุณหนูเจ็ด ท่านรองผู้บัญชาการมีภารกิจเร่งด่วนต้องไปจัดการ จึงไม่อาจส่งพวกท่านกลับไปได้ ขอให้ท่านอภัยด้วย” เป็นเสียงของบ่าวรับใช้สกุลต้วนหลี่ซื่อเข้าใจว่าหน้าที่ราชการเร่งร้อนยิ่งนัก “ทราบแล้ว ฝากบอกท่านรองผู้บัญชาการว่า-ให้ระวังสุขภาพ อย่าให้เหน็ดเหนื่อยเกินไป”“ท่านแม่!” หลินถิงร้องอย่างเคืองจัดบ่าวรับใช้ตอบรับแล้วรีบจากไป นางยังมิทันได้ห้ามปากก็สายเสียแล้ว เมื่อม้าแล่นเข้าสู่ในตัวเมืองและเลี้ยวเข้าสู่ซอยหนึ่ง รถม้าของสกุลต้วนกับของสกุลหลินต้องแยกทางกัน แต่ก่อนจะแยกกัน เฝิงฮูหยิ