็นในใจของหลินถิงพลันเต้นรัว บอกว่าบุรุษผู้นี้คือ “คุณชายห้าแห่งสกุลเซี่ย”“ท่านคือ……”แต่ชายผู้นั้นกลับลดมือลง ไม่ห้ามอีก แล้วก้มศีรษะให้ต่ำ รีบสลายตัวไปกับฝูงชนในความอลหม่าน หายลับไปในตรอกซอกซอยอย่างรวดเร็วหลินถิงไม่หยุด ค้นหาคนต่อไป แม้บุรุษผู้นั้นจะเป็นคุณชายห้าจากสกุลเซี่ยจริง นางก็ไม่คิดจะไปแจ้งเบาะแสให้ใคร หลินถิงยกมือขึ้นแนบปาก เป็นรูปปากแตรขนาดเล็ก ตะโกนเสียงดัง “ท่านต้วน! ท่านต้วน! ท่านต้วนหลิง!”ห่างออกไปร้อยก้าว-ต้วนหลิงยืนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยที่เพลิงยังมิได้ลามถึง กำลังบัญชาการองครักษ์เสื้อแพรดับไฟและจับกุมคน“จำไว้ จับตัวได้แล้วส่งไปยังคุกหลวง รอข้าสอบสวนด้วยตนเอง!”ทันใดนั้น มีทหารม้าวิ่งเข้ามารายงาน “ท่านรอง มีผู้คนในจุดเกิดเหตุเรียกหาท่านอยู่ขอรับ!”ต้วนหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “หาตัวข้า?”ทหารม้าตอบกลับ “ขอรับ เป็นสตรีนางหนึ่ง พอเข้าสู่ถนนซานฟางก็มุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุทันที เอาแต่ร้องเรียกหาท่าน เห็นได้ชัดว่าเกรงว่าท่านจะติดอยู่ในกองเพลิง”“เป็นผู้ใด?”ยังไม่ทันได้คำตอบ เสียงเรียก “ท่านต้วน!” ก็ดังขึ้นอีกครา-แว่วมาแต่ไกล ต้วนหลิงหันไปตามเสียง เห็นร่างบางของหญิงสาวผู้หนึ่ง-หลินถิงชุดกระโปรงเอวสูงสีชมพูอ่อนที่นางสวมเปรอะเปื้อนไปหมด มวยผมยุ่งเหยิง เส้นผมเปียกชื้นติดหน้าผาก แก้มขาวแต้มคราบเขม่าควันจนดำปื้น แต่เมื่อสบตาเขา ดวงตาของนางกลับเปล่งประกายวาววับทันใด “ท่านต้วน!”เบื้องหลั