งนางคือเพลิงลุกโชน ควันดำพวยพุ่งทาบฟ้า นางเหยียบย่างแสงไฟวิ่งตรงมาหาเขา เส้นผมปลิวลู่ตามลมงามลอยล่องราวภาพฝันที่กำลังเคลื่อนไหวมือของต้วนหลิงที่วางบนด้ามดาบซิ่วซุนเตาเผลอกำแน่นขึ้น แล้วจึงคลายออกโดยไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องนางจนมาหยุดตรงหน้า“คุณหนูเจ็ด?”หลินถิงเช็ดเหงื่อ เงยหน้ามองเขา “ข้าเองเจ้าค่ะ ข้าเอง ข้าเองจริงๆ!”ต้วนหลิงก้มมองนางซึ่งตัวเล็กกว่าเขานัก “เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?”นางหอบหายใจ “เฝิงฮูหยินบอกว่าท่านมาทำธุระที่ถนนซานฟาง พอระหว่างทางกลับเรือน ข้าก็ได้ข่าวว่าแถวนี้เกิดเพลิงไหม้ ข้ากลัวว่า……กลัวว่า……หลิงอวี่จะเป็นกังวล เลยแวะมาดู ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม?”ต้วนหลิงสบตานาง น้ำเสียงเรียบเย็น “ข้าไม่เป็นไร ขอบคุณที่ห่วงใย”หลินถิงพ่นลมหายใจยาวเหมือนยกภูเขาออกจากอก รีบพูดย้ำอีกครั้ง “ข้า……ข้าเป็นห่วงหลิงอวี่ต่างหาก นางร่างกายไม่แข็งแรงนัก เจอเรื่องตกใจอาจรับไม่ไหว”เขาตอบเสียงนุ่ม “ข้ารู้ เจ้ากลัวว่าน้องสาวข้าจะเป็นห่วง ขอบใจที่อุตส่าห์มาด้วยตนเอง ที่นี่อันตราย ข้าจะให้คนส่งเจ้ากลับ”“อ๋า? ไม่ต้องลำบากดอก ท่านยังมีงานดับเพลิง ข้ากลับเองได้” นางพูดจบก็หมุนตัวจะจากไป“แล้วก็……ท่านต้วน เวลาเข้าดับไฟ ระวังตัวด้วย อย่าผลุนผลันเข้าไปนัก” ว่าพลางเดินจากไปต้วนหลิงมองตามหลังนางไป ใบหน้าเรียบเฉย นิ้วมือยังคงลูบด้ามดาบเบาๆ ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดทหารม้าที่ยืนอยู่ด้านข้างคล้ายจะกล่าวบางอย่าง แต่