ก็ลังเล ก่อนพูดในที่สุด “ท่านรอง……คุณชายห้าแห่งสกุลเซี่ยใช้เหตุเพลิงไหม้หนีไปได้อีกแล้ว พวกเราจับตัวเขาไม่สำเร็จ…”ต้วนหลิงละสายตาจากด้านหลังของหลินถิง “ตามสืบให้รู้แน่ชัด ว่าไฟนี้เป็นฝีมือผู้ใดเป็นคนวาง”***ต้วนหลิงกลับถึงจวนต้วนตอนยามสามยามสี่ เขาสั่งคนตระเตรียมน้ำร้อนอาบชำระเขม่าควันเปื้อนกาย ก่อนจะขึ้นเตียงตั้งใจพักผ่อน ทว่าเมื่อเอนกายลงบนหมอนแล้ว ผ่านไปเนิ่นนานกลับไม่อาจข่มตาได้แม้เพียงครู่ ยิ่งนอนกลับยิ่งกระสับกระส่ายจนสุดท้าย……เขาจึงลุกขึ้น ตั้งใจจะจัดการงานราชการเสียให้หมด ทว่า……คลื่นความใคร่เริ่มถาโถมเข้าใส่ แรงปรารถนากลับมาอย่างเกรี้ยวกราด เปรียบได้กับพายุที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง เป็นละอองฝนรินลงเงียบงัน กลับสลักซึมลงลึกจนไม่อาจต้านทานต้วนหลิงคว้ามีดสั้น มือไม่สั่นแม้แต่น้อย กรีดลงข้างบาดแผลเดิมบนข้อมือด้านขวาอย่างรวดเร็ว เลือดไหลซึมออกมาทีละหยดๆ ย้อมหมอนและผ้าห่มจนแดงฉาน บาดแผลเจ็บลึกทะลุไปถึงทุกอณู ทว่าก็ยังไม่พอจะดับกระแสไฟในกายเขารอ รอให้ความปรารถนาหมดไป-แต่ไม่เลย…มันยังคงอยู่ ยังฝังแน่นใต้ร่มผ้า ก่อตัวขึ้นอย่างดื้อรั้น แผลใหม่เลือดหยุดไหลแล้ว อาการเจ็บแผลก็ค่อยๆ เบาบาง มีเพียงความรู้สึกนั้น-ที่ยังไม่จาง กลับยิ่งร้อนระอุขึ้นอีก ดุจเพลิงที่กำลังลามขึ้นกลางอกเขากัดฟัน ลากมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิมที่ยังไม่หายดี เลือดเก่าแข็งกรังถูกกรีดเปิดออกอีกครั้ง ราวกับจักพังทลายสิ่งที่อัดอั้