บีบกำไว้จนปลายเล็บขึ้นสี แรงกดของเขาทิ้งรอยยับย่นไว้บนผืนผ้า คล้ายแรงสะท้านของคลื่นลมในบึงใหญ่ กำลังต่อต้านแรงถาโถมที่ไม่อาจหักห้ามสองเค่อให้หลัง ทั่วทั้งร่างของเขาเปียกชุ่มราวเพิ่งขึ้นจากน้ำ ทุกอณูของผิวกายพราวไปด้วยหยาดเหงื่อ หางตาจมูก ริมฝีปาก ล้วนเคลือบไปด้วยสีแดงระเรื่อ เส้นผมหลุดรุ่ยบางเส้นแนบใบหน้า ดูอ่อนระโหยอย่างหาที่สุดมิได้……แต่ก็ยังไม่อาจข่มไว้ได้ ดวงตาของต้วนหลิงพร่าเลือน หายใจรัวและหนักราวกลั้นไม่อยู่ เขาเอื้อมมือไปคว้าตัวเอง……เพื่อระบายแรงกดดันที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในเมื่อถึงจุดหนึ่ง ความรู้สึกสุขสมอันห้ามไม่ได้นั้นก็ซัดกระหน่ำเข้ามาเหมือนระลอกคลื่นยามพายุ……ทว่าในห้วงแห่งความร้าวลึกและปลดปล่อยนั้น กลับปรากฏเงาร่างเลือนรางของหญิงสาวผู้หนึ่ง ผู้ที่วิ่งฝ่าควันไฟเข้าหาเขาอย่างไม่ลังเล ท่ามกลางแสงตะวันย้อนส่อง……ใบหน้านางไม่ชัดนัก แต่ความรู้สึกกลับชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใดต้วนหลิงพลันกระดิกปลายนิ้วมือที่ย้อมไปด้วยโลหิต เบา……ราวกับพยายามไขว่คว้าบางสิ่งที่เพิ่งพ้นมือไป