งพระพักตร์ฮ่องเต้หลินถิงถือเศษกระดาษที่ถูกเผาไปครึ่งแผ่น ยื่นให้จินอันไจ้ดู “ดูนี่สิ”“ไม่เกี่ยวกับพวกเรา” จินอันไจ้เพียงเหลือบตามอง จากนั้นก็หันไปตรวจสอบข้าวของบนชั้น เมื่อเขาหยิบแท่นฝนหมึกบนโต๊ะใกล้เตียงไม้หวงฮวาลี่ขึ้นมา ทันใดนั้นพื้นไม้ใต้เตียงก็ดังครืดหนึ่งที แล้วยุบตัวเปิดออก ใต้พื้นมีบันไดไม้ทอดลึกลงไป ข้างล่างมีแสงรำไรลอดออกมาสองคนสบตากัน ก่อนจะผลัดกันก้าวลงไป ห้องลับด้านล่างเย็นเยียบ กลิ่นอับแปลกประหลาดติดปลายจมูกอย่างไม่คุ้นเคย-ยังแฝงกลิ่นคาวโลหิตบางเบา หลินถิงรู้สึกไม่ชิน จึงยกมือปิดจมูกไว้ผนังห้องลับแขวนเครื่องใช้ประหลาดนานาชนิด ทั้งแส้ เชือกโซ่เหล็ก เทียน ปลอกปาก ดาบและมีด บนพื้นยังมีหีบใส่หยกหยูอี้ และของบางอย่างที่นางเองก็เรียกชื่อไม่ถูก ห้องลับนี้ขนาดเท่ากับเรือนเล็กหลังหนึ่ง ตรงกลางมีเตียงไม้สลักลวดลายประณีตตั้งตระหง่านอยู่บนเตียงมีสตรีผู้หนึ่งนอนขดตัวอยู่ สวมอาภรณ์บางเบาดุจสายหมอก รูปโฉมงดงามราวเทพธิดา ทว่าบัดนี้กลับซีดเผือดราวผู้ไร้ชีวิต สายตาเลื่อนลอยจับจ้องความว่างเปล่า มือเท้าโดนโซ่เหล็กล่ามไว้แน่นหนาหลินถิงเป็นคนแรกที่เห็นนาง รีบสาวเท้าไปยังตู้เสื้อผ้า หยิบชุดที่พอจะดูเหมาะสมออกมาคลุมให้นาง “คุณหนูซ่ง?”ลูกค้าที่ว่าจ้างนางเคยบอกว่าน้องสาวของตนแซ่ซ่ง ไม่นานนัก หญิงสาวบนเตียงก็เริ่มรู้ตัว เห็นว่ามีนางรำสองคนยืนอยู่ในห้อง นางเอ่ยถามอย่างงุนงง “พวกท่านเป็นใคร?”จินอ