งิน งามราวภาพวาด-ชาวบ้านทั่วไป หากได้เพียงเส้นทองเส้นเดียวจากพรมนี้ ก็คงพอเลี้ยงชีพไปได้หลายวันหลินถิงเดินบนพรมดั่งย่ำอยู่บนทองคำ ยังอดคิดไม่ได้-ชีวิตของเชื้อพระวงศ์หาใช่สิ่งที่คนเช่นนางจะจินตนาการถึงได้ไม่แม้จวนสกุลต้วนจะงดงามมีระดับ แต่ล้วนเน้นความเรียบขรึมสมกับเป็นปัญญาชน หาได้ฟุ้งเฟ้อเหมือนจวนเหลียงอ๋อง ที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงฟุ้งเฟ้อ หรูหราเกินตัวจนน่าตำหนิ นางมิได้ชื่นชมต่อ รีบเริ่มค้นหาจุดซ่อนตัวคน เร็วราวสายลมภายในเวลาไม่กี่อึดใจ ทั้งสองพลิกค้นทั่วตำหนักอ๋อง จนแทบไม่มีที่ใดเหลือ ที่นี่เป็นจุดสุดท้ายแล้ว หากยังไม่พบนั่นก็หมายความว่า-นางมิได้อยู่ในจวนแห่งนี้หลินถิงโน้มตัวลง เคาะผนังฟังเสียง หาเงื่อนกลซ่อนอยู่โดยรอบ จึงเผลอไปกระแทกโคมไฟเข้า โคมหล่นลงพื้นกลิ้งออกมาเป็นเศษกระดาษที่ยังไหม้ไม่หมด นางหยิบขึ้นมาอ่าน พบถ้อยความบรรจงเขียนไว้ว่า“ฟู่ฉือตายแล้ว มิอาจคาดคั้นเส้นทางของพวกกบฏแผ่นดินเก่าออกมาได้”เหลียงอ๋อง……เกี่ยวข้องกับบุรุษนามฟู่ฉือผู้นั้น?กบฏแผ่นดินเก่า…กับข้อความที่จารึกไว้ในตู้เสื้อผ้า……คำว่า “องค์ชาย” ที่สลักไว้……หลินถิงเผลอเหม่อไปครู่หนึ่งใจพลันเต็มไปด้วยคำถามมากมายดังนั้นเหล่าองครักษ์เสื้อแพรและเหลียงอ๋อง จึงร่วมสืบหาฟู่ฉือด้วยเหตุผลเดียวกัน-เพื่อเสาะหาคนของราชวงศ์ก่อน องครักษ์เสื้อแพรทำตามราชโองการ ส่วนเหลียงอ๋องกลับหวังจะคว้าความดีความชอบด้วยตนเอง แล้วถวายต่อเบื้อ