ำ” ไว้ให้แนบเนียนที่สุดต้วนหลิงยังคงจับขอบม่านไว้ มองหญิงงามปิดหน้าผู้นี้ลุกนั่งขึ้นจากเตียง ออกมาจากหลังม่านที่เขาเพิ่งเปิดขึ้นนางดูเหมือนสามารถรับมือกับทุกเรื่องได้อย่างสงบ ไม่แสดงความตกใจแม้แต่น้อยดวงตาเขามองลึกเข้าตาของนาง แผ่วเสียงเอ่ยว่า “เป็นเจ้า?”หลินถิงโกหกด้วยสีหน้าปกติ “บ่าวเพิ่งมาจวนเหลียงอ๋องครั้งแรก มิเคยรู้เส้นทาง จึงหลงเข้ามาในห้องนี้ ขณะจะออกไป ท่านรองผู้บัญชาการต้วนก็เข้ามาพอดี บ่าวกลัวถูกลงโทษ จึงต้องหลบซ่อนเจ้าค่ะ”ต้วนหลิงกล่าวเสียงเรียบ “เช่นนั้นหรือ”หลินถิงก้มหน้าต่ำ หวั่นเกรงว่าเขาจะจำตนได้ “บ่าวมิกล้าโป้ปดต่อท่านรองผู้บัญชาการ”นางกล่าวพลางเสริมอย่างรวดเร็ว “เมื่อครู่……บ่าวมิได้เห็นสิ่งใดเลยเจ้าค่ะ”ถึงแม้จะเห็นอยู่บ้าง แต่ปัดซ้ายปัดขวาก็เท่ากับไม่เห็น ขณะนี้เขาสวมเพียงชุดชั้นใน ผมยาวยังมิได้รวบ หมวกขุนนางยังวางอยู่บนเก้าอี้เตี้ยข้างเตียง เส้นผมดำขลับบางส่วนห้อยลงมาแนบแก้ม ทำให้ดูคล้ายบุรุษอ่อนแอผู้หนึ่ง ริมฝีปากแดงเรื่อ ผิวขาวผ่อง รูปโฉมล่อลวงสายตายิ่งนัก“หากข้าไม่จำผิด เจ้าชื่อสี่อิ้นใช่หรือไม่ เป็นนางรำในจวนเหลียงอ๋อง หรือมาจากข้างนอก” เขาถามเสียงเหม่อลอย“ท่านจำไม่ผิด บ่าวชื่อสี่อิ้น เป็นนางรำจากนอกจวน”นางเกรงว่าเขาจะยังโกรธเรื่องที่ตนบังอาจแตะต้องเขาเมื่อครู่ จึงรีบกล่าว “ที่บ่าวล่วงเกินท่านบนโต๊ะสุราเมื่อครู่นั้น ขออภัยอย่างสุดซึ้ง”นางพยายามบีบน้ำตาเพื่อเ