จ้องหน้านางแน่นิ่ง ราวกับปีศาจงามสง่าที่ซ่อนตัวอยู่ในผิวหนังอันงดงามเมื่อทั้งสองแยกจากกัน ผ้าคลุมหน้าของหลินถิงก็หลุดลงเองโดยไม่ตั้งใจ ปิดบังริมฝีปากที่ถูกจูบจนแดงก่ำและปลายคางที่เปียกชื้นไปด้วยสุรา เหลือไว้เพียงหน้าผากเนียนใสและดวงตาคู่คมหลินถิงมองต้วนหลิง พลันตระหนักอย่างหงุดหงิดว่านางล้มเหลวอีกแล้ว นางรีบก้มศีรษะลงนิ่งไม่ไหวติงภายนอกดูราวกับหญิงงามที่รู้ผิดและรอการลงโทษจากขุนนางผู้สูงศักดิ์ ทว่าในใจกลับสบถไม่หยุดอย่างเกรี้ยวกราดนางยอมเสียหน้า “จูบปล้ำ” เขากลางงาน ต่อให้มีผ้าคลุมหน้า ไม่ถูกเปิดเผยตัวตน และบรรดาคุณชายในที่นี้ไม่รู้ว่านางคือใคร แต่……ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือนางล้มเหลวอีกแล้วครั้งนี้ก็พลาด คราวหน้าอาจไม่มีโอกาสอีกแค่สิบลมหายใจ……จูบได้เพียงสิบลมหายใจ… จุดที่พอปลอบใจตนเองได้คือ อย่างน้อยเวลาก็ยืดยาวขึ้นหน่อย?ก็ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ได้จูบไปแล้ว นางไม่ถูกเหลียงอ๋องสั่งให้ “ชดใช้ด้วยชีวิต” ยังสามารถซ่อนตัวอยู่ในจวนต่อเพื่อหาคนให้เจอ ทำงานของหอหนังสือให้สำเร็จ และแบ่งเงินสามร้อยตำลึงได้ หลินถิงคิดในแง่ดีก็แค่……รู้สึกผิดต่อต้วนหลิงไม่น้อย ที่ทำให้เขาถูกหญิงที่เขาเกลียดนาง จูบต่อหน้าผู้คน ถึงแม้ต้วนหลิงจะไม่รู้ว่าหญิงงามผู้นั้นคือนาง แต่ตัวนางเองรู้อย่างดี หลินถิงจึงตั้งสัตย์สาบาน หากมีโอกาสจะต้องชดใช้เขาให้ได้เพียงแต่…พูดเรื่องเงินทองมันช่างทำลายบรรยากาศ จิตใจนางเศร้าสลดเกิน