ว่าตนจ้องนางนานเกินไป เขาก็หันหน้าหนีอย่างไม่ใส่ใจ มองแขนที่ถูกผ้าคลุมและสนับแขนปิดไว้ ใต้แขนนั้น บาดแผลสดใหม่ใกล้แห้งดีแล้วคันยุบยิบราวกับเตือนให้นึกถึงบางสิ่งเหลียงอ๋องหลังจากระบายโทสะกับหญิงงามเสร็จ อารมณ์ก็ค่อยสงบลงเล็กน้อย หันไปทางต้วนหลิง พลางยิ้มด้วยสีหน้าเสแสร้งที่สุด“ทำให้รองผู้บัญชาการต้องเห็นเช่นนี้ เป๋นหวางเสียมารยาทเสียแล้ว”ต้วนหลิงยิ้มน้อยๆ ไม่ตอบคำ หลินถิงทำท่าเฉยเมย ไม่อยากอยู่ตรงนี้แม้แต่ลมหายใจเดียว นางค่อยๆ ขยับเท้าหวังจะกลับไปยังเวที ทว่ายังไม่ทันพ้นระยะสายตา เหลียงอ๋องก็หันมาหยุดนางไว้“เจ้า ชื่ออะไร?”หลินถิงจนใจ จำต้องโค้งคำนับอย่างอ่อนน้อม“ทูลเหลียงอ๋อง บ่าวชื่อสี่อิ้นเพคะ”นางใช้วิชาเปล่งเสียงแปรสำเนียงให้ดูอ่อนหวาน จนไม่คล้ายเสียงของคุณหนูเจ็ดสกุลหลินแม้แต่น้อย ต้วนหลิงไม่รู้คิดอะไร แววตาไหววูบ เลื่อนสายตามองนางเหลียงอ๋องพยักหน้าอย่างพอใจ กลับขึ้นนั่งบนบัลลังก์ ขันทีเข้ามารินสุราให้อย่างนอบน้อม เขาไม่รีบดื่ม กลับยกจอกขึ้นหมุนไปมาอย่างใคร่ครวญ แววตาลอบมองคนรอบข้างด้วยความเย่อหยิ่ง ทว่าใบหน้าโทรมๆ จากการเสพสุขเกินพอดีของเขา กลับทำให้ความหยิ่งนั้นดูน่าขันยิ่งนักเขาเอนตัวอย่างหมดแรงบนเก้าอี้ “ไม่เลว…ชื่อสี่อิ้นฟังดูเป็นมงคลดีนัก แถมยังมีโชคเรื่องเงินทอง ดูเป็นคนมีวาสนา สี่อิ้น เจ้าคิดจะติดตามรองผู้บัญชาการต้วนหรือไม่?”เมื่อไหร่จะจบกันเสียที…หลินถิงจึงตอบเลี่ยงว่า