ชายขี้เมาสุราที่ถูกหลินถิงเตะล้มลงไปลุกขึ้นมาอย่างเซถลา ส่งกลิ่นสุราผสมเหงื่อเหม็นคลุ้งจนหลินถิงอดไม่ได้ต้องขมวดคิ้ว ขณะถอยหลังดึงจินอันไจ้หลบไปสองก้าวชายขี้เมานั้นชี้นิ้วอย่างยโสพาลใส่พวกนาง ปากก็พร่ำพูดไม่ชัดว่า “มองอะไรนักหนา ไม่เคยเห็นผัวอบรมเมียรึไง?เรื่องเล็กๆ ก็ร้องกันใหญ่!”หลินถิงปรายตามองเขาแวบหนึ่งอย่างรังเกียจ ไม่ใส่ใจหันไปถามจินอันไจ้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น จินอันไจ้ไม่ตอบแต่กลับมองไปยังมุมหนึ่งไม่ไกล นางจึงมองตาม เห็นสตรีผู้หนึ่งซ่อนตัวอยู่ตรงนั้นนางผู้นั้นผ่ายผอม เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าเหลืองซีด ริมฝีปากแห้งแตก แม้รูปลักษณ์โดยรวมยังพอมองเห็นเค้าความงาม แต่ผิวหนังเปลือยเปล่าที่เผยให้เห็นกลับเต็มไปด้วยบาดแผลใหญ่เล็กปะปนกัน และที่ลำคอก็มีรอยรัดแดงน่ากลัวเส้นหนึ่งนางกอดเข่าขดตัวแน่น สั่นเทาไปทั้งร่าง ก้มหน้าฟุบลงกับมืออย่างหวาดกลัว ไร้ซึ่งความปลอดภัย จินอันไจ้กำหมัดแน่น ใจเขานึกถึงท่านแม่ผู้ล่วงลับ เมื่อครั้งนั้นนางก็เคยถูกชายชั่วทำร้ายอย่างโหดร้ายเช่นเดียวกันยามแรกที่เห็นหญิงสาวผู้นี้ถูกชายขี้เมาตบตีอย่างป่าเถื่อน เขาก็พลันคิดถึงมารดาที่ล่วงลับไป จึงระงับใจไม่อยู่ แต่ก็รังเกียจเกินกว่าจะลงมือเอง คิดจะใช้พิษจัดการเสียเลยชายขี้เมาแค่นเสียงเยาะหนึ่งที แล้วถ่มน้ำลายลงพื้น “ข้าสั่งสอนเมียข้า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าล่ะ ไอ้หน้าตาน่าเกลียด เด็กอมมือยังอยากยุ่งเรื่องชาวบ้านอีก