เหลือทางหนีทีไล่ไว้เสมอ เขาฟังคำตอบของนางแล้วมิได้ค้านแต่อย่างใด ก้มลงใช้นิ้วจุ่มหมึกสีแดงกดลงบนสัญญาใหม่“เจ้ามันหลงเงินจนหน้ามืดไปแล้ว”“แล้วยังไงเล่า”เวลาที่บุตรชายของหหลินซานเย่ก่อเรื่องก็ใกล้เข้ามาทุกที หลินถิงต้องการเงินสามพันตำลึงอย่างเร่งด่วน นางไม่อยากแตะต้องเงินสินเดิมของหลี่ซื่อ แต่จะหาเงินด้วยตนเองยิ่งไปกว่านั้น หลี่ซื่อไม่เหมือนหลินถิง นางคิดแบบโบราณ ถือว่าสตรีไร้เรือนอาศัยของสามีย่อมลำบาก หากไม่มีสกุลหลินคอยหนุนหลัง ย่อมหาคู่ครองยากและต้องอยู่อย่างลำเค็ญในภายหน้าฉะนั้นหลี่ซื่อจึงไม่มีทางใช้เงินสินเดิมจำนวนสามพันตำลึงเพื่อบีบบังคับให้หหลินซานเย่เซ็นสัญญาอนุญาตให้พวกนางแยกออกมาตั้งบ้านเรือนใหม่ได้ หลินถิงจึงคิดจะลอบจัดการเสียก่อน แล้วค่อยอธิบายให้หลี่ซื่อเข้าใจทีหลังเมื่อบังคับให้หลินซานเย่เซ็นสัญญาสำเร็จแล้ว นางย่อมมีวิธีกล่อมหลี่ซื่อให้คล้อยตามได้ หลี่ซื่อรักนางเสมอมิแปรเปลี่ยน ขอเพียงพิสูจน์ให้เห็นว่าการออกไปตั้งเรือนใหม่คือหนทางที่ดีกว่า หลี่ซื่อย่อมไม่ค้าน เพราะไม่มีสิ่งใดโน้มน้าวใจได้เท่าการเห็นกับตาหลินถิงรับสัญญาและแท่นหมึกมาจากจินอันไจ้ แล้วกดนิ้วลงบนสัญญาฉบับของตนเช่นกันหนึ่งสัญญามีสามฉบับ ลูกค้าถือหนึ่ง จินอันไจ้หนึ่ง และหลินถิงหนึ่ง นางเก็บฉบับของตนอย่างดี ก่อนเอ่ยถาม“เจ้าสืบเรื่องจวนเหลียงอ๋องมาหมดแล้วหรือ?”จินอันไจ้ตอบสั้นๆ “อืม”จวนเหลียงอ๋องมีการคุ้มกันเข้ม