แสร้งพูดราวกับเป็นเรื่องใหญ่“เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย เจ้าก็เข้าไปแบบเดียวกับข้านั่นแหละ”“ไม่ต้องกังวล นางรำทุกคนต้องคลุมหน้า ผ้าคลุมนั้นยาวพอจะปิดลูกกระเดือกของเจ้าได้พอดี”จินอันไจ้หน้าเขียว “……ไปตายซะเถอะ”***ยามโพล้เพล้ของวันถัดมา หลินถิงซึ่งแฝงตัวเป็นนางรำ ลอบเข้าสู่จวนเหลียงอ๋องได้สำเร็จ นางยืนอยู่ในห้องพักของเหล่านางรำด้วยสีหน้าแปลกประหลาด มองไปยังบุคคลตรงหน้าอย่างอดไม่ได้คนตรงหน้าคือจินอันไจ้ ซึ่งแม้พยายามสงบใจ แต่ในแววตายังแฝงความไม่สบายใจ มือที่ห้อยลงข้างกายไม่รู้จะวางตรงไหนดี กล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง“เจ้ามัวมองข้าอยู่นั่น ระวังเถอะ เดี๋ยวข้าตัดหัวเจ้าเอาไปเตะเล่น!”หลินถิงรีบเบือนสายตา แต่อดอมยิ้มไม่ได้ เงยหน้ามองอีกครั้งพลางแอบหัวเราะ จินอันไจ้ในยามนี้คลุมหน้าไว้ด้วยผ้าบางสีม่วง ดวงตาคมดุเย็นชา มวยผมทรงเซียนรวบขึ้นสูงประดับด้วยเส้นไหมพันเกี่ยว เส้นผมด้านข้างติดเครื่องประดับทองระย้า ใบหูห้อยต่างหูพระจันทร์ที่หลินถิงดัดแปลงให้เป็นแบบหนีบรูปร่างของเขาค่อนข้างผอมเพรียว เอวคอด เมื่อสวมชุดนางรำจึงมิได้ดูแปลกแยกมากนัก หากไม่นับส่วนสูงที่มากกว่าปกติ ก็ดูคล้ายหญิงสาวที่มีโครงร่างใหญ่ไปบ้าง โลกนี้ใช่ว่าจะไม่มีหญิงสาวตัวสูงมิใช่หรือหลินถิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จินอันไจ้ เจ้าดูงดงามไม่เบาเลยนะ”มือของนางอดไม่ได้อยากจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออกเพื่อดูใบหน้าที่แต่งแต้มสีสันนั้นให้ช