้ามายักเอวเดินเฉิดฉาย “พวกเราก็ล้วนเป็นสตรี เหตุใดต้องล็อกด้วยเล่า?”หลินถิงยิ้มหวาน “พี่สาวพูดถูกแล้ว”นางรำเห็นหลินถิงไม่โต้แย้งก็ไม่กล่าวอะไรอีก เพียงเหลือบมอง “นางรำ” อีกคนที่สูงกว่าตนครึ่งศีรษะอย่างประหลาดใจ ก่อนจะนั่งลงหน้ากระจก แต่งหน้าและพูดคุยกับเพื่อนร่วมคณะนางรำผู้เคยพูดคุยกับหลินถิงกล่าว “หากคืนนี้ได้เข้าไปอยู่ในสายตาของท่านอ๋องได้ก็คงดีไม่น้อย”อีกคนตาโต “เจ้ายังจะคิดปีนเตียงท่านอ๋องอีกหรือ? เขาเป็นคนโหดเหี้ยม เล่นสตรีจนตายก็ไม่รู้กี่คนแล้ว หากเจ้าขึ้นเตียงเขา ต่อให้ได้ลาภยศ ชีวิตเจ้าก็อาจไม่รอด”“ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนรอดนะ เผื่อข้าคือหนึ่งในนั้นก็ได้”หลินถิงที่เงี่ยหูฟังอยู่เงียบๆ คิดในใจ นี่มันไม่ต่างจากนักพนันที่เอาชีวิตไปเดิมพัน เพียงแต่โอกาสรอดนั้นช่างน้อยนิดนักหนึ่งเค่อต่อมา ได้เวลาของเหล่านางรำออกแสดง พวกนางเดินเรียงแถวผ่านระเบียงหรูหรา งามสง่า ย่ำเท้าเปล่าลงบนพรมแดงอย่างอ่อนช้อย ผ้าแพรที่พันที่แขนลากยาวจรดพื้น แม้เงาหลังยังดูยวนใจนัก ทุกย่างก้าวของนางรำ ล้วนทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยวนอยู่อย่างไม่จางหายหลินถิงกับจินอันไจ้ปลอมตัวแฝงในหมู่นางรำ เมื่อคืนทั้งสองฝึกการเต้นรำแบบเร่งด่วน พอจะตามจังหวะได้ แต่เมื่อหันไปเห็นท่าทางเดินแข็งทื่อของจินอันไจ้…หลินถิงก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจะดีกว่ากลางลานจัดเลี้ยงมีโคมสว่างไสว บรรดาบุรุษในชุดหรูหรานั่งเรียงรายอยู่ข้างโต๊ะสุรา