เอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “พวกเรามาเร็วไปต่างหาก ฮูหยินหลี่เชิญนั่งเถิด เจ้าก็เช่นกัน เล่ออวิ๋น”นางเกิดในสกุลขุนนางสายบัณฑิต เป็นธิดาเอกผู้เป็นที่โปรดปราน เมื่อแต่งเข้าสกุลสามีก็เอาแต่กินเจสวดมนต์ ไม่ข้องเกี่ยวกับเรื่องชิงดีชิงเด่นในเรือนหลัง ทำให้นางดูเป็นหญิงใจบุญมากเมตตาต่อผู้อื่นหลี่ซื่อนิ่งอึ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางเคยได้ยินกิตติศัพท์ของเฝิงฮูหยินมาก่อน ลึกๆ แล้วก็แอบอิจฉาสตรีผู้นี้อยู่ไม่น้อยเฝิงซื่อต่างกับนางโดยสิ้นเชิง หลี่ซื่อมาจากสกุลพ่อค้า บิดาไร้การศึกษา เข้าใจผิดว่าสตรีไร้ความรู้คือคุณธรรม จึงไม่ยอมให้บุตรสาวได้เรียนหนังสืออย่างแท้จริง รอบตัวนางก็มีแต่พวกหญิงรับใช้หยาบกระด้างที่ชอบนินทาให้ร้ายคนอื่นจนถูกปลูกฝังโดยไม่รู้ตัวให้กลายเป็นคนหัวแข็งเจ้าเล่ห์เมื่อโตขึ้นที่หลินซานเย่ยอมแต่งกับนางก็เพราะเมื่อยี่สิบปีก่อนสกุลหลินกำลังตกอับ เขายังไม่สอบได้จอหงวน จำต้องใช้เงินจำนวนมากปีแรกหลังแต่งงาน หลินซานเย่ยังปฏิบัติกับนางพอมีหน้ามีตาอยู่บ้าง อย่างน้อยก็อยู่กันแบบพอถูไถ แต่หลังจากสอบได้จอหงวน เขากลับเริ่มดูแคลนนาง หาว่านางไร้ความสามารถ ไม่มีบุตรชายให้สืบสกุล ไม่ต้องโทษเขาหากจะผิดคำสัตย์ที่ว่าจะไม่รับอนุไม่เพียงเท่านั้น เขายังหาว่านางหยุมหยิม ไร้รสนิยม เทียบอนุภรรยาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย หลี่ซื่อกลั้นความรู้สึกน้อยใจที่ผุดขึ้นมาในอก ตั้งมั่นแน่วแน่ว่าจะไม่ให้เล่ออวิ๋นเดินซ้ำรอย