ตน จึงสะกิดแขนบุตรสาวที่ยืนแข็งเป็นหิน แล้วกดเสียงเบาว่า“เร็วเข้า เรียกท่านๆ สิลูก”หลินถิงรับรู้ถึงความคาดหวังของมารดา ได้แต่พูดไม่ออก ค้อมตัวคำนับพลางฝืนยิ้มออกมา“เล่ออวิ๋นคารวะเฝิงฮูหยิน……และท่านต้วน……คุณชายรอง”เฝิงฮูหยินยิ้มตอบ พลางพยักหน้าเบาๆ“จื่ออวี่คารวะฮูหยินหลี่ และคุณหนูเจ็ด” ต้วนหลิงก็ลุกขึ้นประสานมือ สองฝ่ายสบตากันข้ามฉากกั้น ไม่มีใครเป็นฝ่ายละสายตาก่อนหลินถิงพยายามส่งสายตาให้เขาเข้าใจว่านางก็ไม่รู้เรื่องมาก่อน ส่วนต้วนหลิงนั้น กลับนิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆหลี่ซื่อรู้สึกตึงเครียด ฝ่ามือเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่ใบหน้ายังพยายามรักษาความสงบไว้ไม่ให้บุตรสาวเสียหน้า“เล่ออวิ๋นสนิทสนมกับคุณหนูรองต้วนมากนัก คุณชายรองเคยพบลูกข้าบ้างหรือไม่เจ้าคะ?”ต้วนหลิงว่า “เคยพบ”เฝิงฮูหยินเห็นทั้งสองยังยืนอยู่ จึงเอ่ยขึ้น “เชิญนั่งกันเถิด”ต้วนหลิงนั่งลงเป็นคนแรก หลังจากหลินถิงนั่งลง ก็รีบเอียงตัวไปกระซิบข้างหูหลี่ซื่อว่า“ท่านแม่ ข้าขอบอกตามตรง วันนั้นข้าชี้สุ่มเอา ข้าไม่รู้เลยว่าจะไปเลือกคุณชายรองสกุลต้วนเข้าให้”หลี่ซื่อหาได้สนใจไม่ กลับกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “แล้วจะเป็นอะไรไปเล่า เจ้าเลือกสุ่มแต่ดันเลือกได้เขา แสดงว่าเป็นวาสนา ข้าจำได้ว่าเจ้าสนิทกับคุณหนูสามแห่งสกุลต้วนเสียยิ่งนัก หากจะได้แต่งเข้า ก็เรียกว่าแต่งเครือญาติเพิ่ม ยิ่งดีไม่ใช่หรือ?”คำว่า “แต่งเครือญาติเพิ่ม” ใช้แบบนี้ด้วยหรือ? หลินถ