ิงนึกจะทักท้วงตามสัญชาตญาณ“ไม่ใช่แบบนั้น…เอาเถอะ ข้าหมายความว่า ข้ากับเขาไม่มีทางเป็นไปได้ เขาไม่ชอบข้า ข้าก็ไม่ชอบเขา เอาเป็นว่าเขาน่าจะรังเกียจข้าด้วยซ้ำ”หลี่ซื่อไม่เชื่อแม้แต่น้อย “คุณชายรองจะรังเกียจเจ้าได้อย่างไร หากเป็นเช่นนั้น วันนี้เขาคงไม่มาหรอก อีกทั้งเจ้าเป็นสหายสนิทกับน้องสาวของเขา ไม่เรียกว่าใกล้ชิดติดน้ำติดไม้หรือไร?”ก็พวกพ่อแม่เจ้ากรรมอย่างพวกท่านไงเล่า ที่ลากคนมาเจอเรื่องแบบนี้ ข้าเองก็เช่นกัน… หลินถิงบ่นในใจ“เดิมทีข้ายังกลัวว่าเราจะมิใช่สมน้ำสมเนื้อ กลัวสกุลขุนนางเก่าอย่างสกุลต้วนจะดูแคลนเรา ส่งเทียบไปก็มิได้คาดหวังว่าทางโน้นจะตอบรับ” หลี่ซื่อฉวยโอกาสขณะฝั่งตรงข้ามยังมิได้พูดอะไรก็ต่อความมานางคิดถึงวันที่สามารถเหยียบหลินซานเย่ไว้ใต้เท้าได้อย่างสมใจ ใบหน้าก็ยิ้มแย้มแจ่มใส“คิดไม่ถึงว่าเฝิงฮูหยินจะยอมตกลง แสดงว่าการที่เจ้าสานสัมพันธ์กับคุณหนูสามก็ได้ผลอยู่เหมือนกัน”หลินถิงถึงกับนวดขมับที่เริ่มปวดตุบๆ ความคิดคนละยุคสมัยกัน นางไม่มีทางโน้มน้าวมารดผู้ยึดถือค่านิยมโบราณแท้ๆ ได้ ตอนนี้นางก็ทำได้เพียงปล่อยวาง ยังไงต้วนหลิงก็คงไม่รับรัก เรื่องก็จบแค่นั้นทางด้านต้วนหลิง เขาเอนศีรษะเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเบา “ท่านแม่”เฝิงฮูหยินรู้ว่าบุตรชายจะถามอะไร นางกลับเงียบไว้ไม่ตอบ วันนี้นางอ้างว่าตนมิได้ออกนอกเมืองหลวงมานานขอให้เขาพาออกมาเดินเล่น และจะมาแวะดูร้านน้ำชาใต้เขาหนานซาน แต่ไม่ไ