ด้เอ่ยความจริงแม้ครึ่งคำที่ต้องใช้เล่ห์กลลวงบุตรเช่นนี้ เพราะจนปัญญาแล้วจริงๆ ต้วนหลิงยังอายุน้อย นางเข้าใจดีว่าเขาควรตั้งตัวก่อนค่อยแต่งภรรยา หากแต่บุตรชายของนางกลับไม่เคยแตะต้องสตรีแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น เคยเปรยว่ามิคิดจะแต่งงานด้วยซ้ำ เฝิงซื่อเห็นเขายืนกรานหนักแน่น เช่นนี้จะให้ปล่อยผ่านได้เยี่ยงไร?เดิมทีนางก็หนักใจเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย จนกระทั่งได้รับเทียบจากสกุลหลิน เห็นชื่อที่ระบุไว้ในนั้น……หลินถิง ชื่อรองคือเล่ออวิ๋นเด็กสาวผู้นี้เคยมาเยือนจวนสกุลต้วนเมื่อนานมาแล้ว นางเคยเห็นผ่านตาอยู่บ้าง ตอนนั้นเจ้าตัวเล่นอยู่กับต้วนหลิง……เรื่องนั้นมันแปลกประหลาดมากจนเฝิงฮูหยินยังจดจำได้ไม่ลืมเมื่อนางได้รับเทียบ ก็มิได้ตอบกลับในทันที แต่ครุ่นคิดอยู่ทั้งคืน แล้วส่งบ่าวไปสืบว่าหลังจากโตขึ้น ทั้งสองเคยพบกันแบบลับๆ บ้างหรือไม่ ไม่ใช่เพราะต้วนซินหนิงชักพาให้รู้จักกันผลที่ได้คือ……เคย ด้วยเหตุนี้เฝิงฮูหยินจึงมั่นใจว่าต้วนหลิงมีใจบางอย่างให้หลินถิง และเห็นว่าสามารถเริ่มจากทางนี้ได้หากหลินถิงผู้กำลังเหม่อลอยอยู่ตอนนี้รู้ว่าอีกฝ่ายคิดเช่นไร คงแทบกระอักเลือดเสียตรงนี้ เมื่อครานั้นที่ “นาง”อยู่ข้างต้วนหลิง ก็เพื่อหาโอกาสวางแผนร้าย หวังผลักเขาตกน้ำเสียด้วยซ้ำน่าเสียดายที่หลินถิงมิได้มีญาณหยั่งรู้ จึงยังไม่รู้ว่าตนตกเป็นเป้าของความเข้าใจผิด กำลังนั่งเล่นถ้วยชาลายหยกในมืออย่างเซ็งๆ จากคนพูดเก่งกลายเป็นคน