ยังยิ้มอยู่เช่นเดิม สุภาพอ่อนโยนยิ่งนัก “องครักษ์เสื้อแพรย่อมไม่อาจตัดสินใครได้เพียงด้วยคำรับสารภาพเดียว ทว่า……หากเรื่องนี้ถึงหูฝ่าบาทเข้า ข้ากลัวว่าท่านหัวหน้าจะกลายเป็นผู้ที่พระองค์กริ้วเอาได้”หัวหน้าตงฉ่างสูดหายใจลึก “ว่ามาเถิด ท่านต้องการอันใดกันแน่?”ต้วนหลิงคีบหมูตงพั่วคำหนึ่งชิมดู พบว่ายังไม่อร่อยเท่าที่เคยทานในเรือนของตน เขากินไปอีกหนึ่งคำ กินข้าวตามอย่างไม่เร่งรีบ สุดท้ายก็จิบชาแล้วใช้ผ้าเช็ดมืออย่างละเมียดละไมแสงอาทิตย์ส่องลอดหน้าต่างเข้ามาแตะพาดลงบนใบหน้าของเขา ราวอาบไปด้วยแสงทองจางๆ ทำให้ภาพตรงหน้านั้นดูคล้ายพระโพธิสัตว์เมตตา แต่คำพูดที่เอ่ยกลับเยือกเย็นนัก“ข้าต้องการให้หวังจงตาย ตายในคุกลับแห่งกองกำกับการเหนือ”ความหมายชัดเจน-ให้หัวหน้าตงฉ่างหาข้อหาใหม่ใส่เขา แล้วส่งมาให้องครักษ์เสื้อแพรลงโทษอย่างชอบธรรมตายโดยน้ำมือของต้วนหลิง นี่เท่ากับตบหน้าตงฉ่างต่อหน้าคนทั้งราชสำนักหัวหน้าตงฉ่างข่มอารมณ์ พยายามโน้มน้าว “จะให้ท่านต้องเปื้อนมือเพราะเรื่องนี้ไปไย ข้าจัดการเองได้”ต้วนหลิงเพียงยิ้มจางๆ ไม่คิดถอย “ไม่กล้ารบกวนท่านหรอก”ตะเกียบหยกในมือแทบจะหักออกเป็นสองท่อน“หวังจงสมคบคิด สร้างพรรคพวก หักหลังฮ่องเต้ ตามหลักแล้ว ข้าควรสืบให้ถึงต้นตอ แต่น่าเสียดาย เขาเป็นคนของตงฉ่าง ข้าจึงไม่ควรแตะต้อง ข้าจะส่งเขาไปให้กองกำกับการเหนือเอง”สุดท้ายหัวหน้าตงฉ่างก็ยอมโยนข้อหา “สมคบคิดสร้างพรรคพวก” ใ