กาน้ำชาบนโต๊ะขึ้นรินดื่ม คงจะใช้ไล่สุรา เขาจิบไปหลายอึกแล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไร เจ้าก็มิได้ตั้งใจ”ขนตานางสะดุ้งเล็กน้อย เขาเหลือบตามองใบชาที่ลอยในถ้วย ปลายนิ้วลูบลายแกะสลักบนขอบถ้วย แล้วหันมามองนางด้วยสายตานิ่งลึก“คุณหนูเจ็ด ช่วงเวลานี้เจ้ามิสมควรอยู่กับหลิงอวี่หรือไร เหตุใดจึงมาคนเดียวในห้องเรือ?”“ข้าเห็นคุณชายเซี่ยกับคุณหนูสามดูมีเรื่องจะพูดกัน เลยลงมาชั้นล่างเดินเล่นเรื่อยเปื่อยเท่านั้น”ต้วนหลิงไม่เคยสนใจเรื่องความรักของต้วนซินหนิงกับเซี่ยจื่อม่อ ต่อให้เซี่ยจื่อม่อเอาอกเอาใจน้องสาวเขาทุกทางทำตัวประหนึ่งสุนัขออดอ้อนเขาก็ไม่คิดแปลกใจแม้นต้วนซินหนิงจะเป็นน้องสาวแท้ๆ แต่เขาก็ไม่ได้มีความผูกพันนัก ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรก็ช่าง ขอเพียงไม่ให้ผู้ใดเหยียบหัวคนสกุลต้วนก็พอเมื่อฟังคำตอบของหลินถิง ต้วนหลิงกล่าวเรียบๆ ว่า “เจ้าก็นับว่าจิตใจละเอียดอ่อนดี”หลินถิงไม่แน่ใจว่าคำนี้เป็นคำชม หรือถากถาง จึงเลือกที่จะไม่ใส่ใจนัก “เช่นนั้นข้าจะไม่รบกวนท่านแล้ว เชิญพักผ่อนตามสบาย”นางกล่าวพลางค่อยๆ ถอยไปด้านหลัง อีกเพียงก้าวเดียวก็จะถึงประตูห้องแล้ว ต้วนหลิงกวาดตามองไปยังขอบเก้าอี้ที่นางเคยพิงไว้ สีหน้าไม่บ่งบอกความคิดใด ก่อนจะวางถ้วยน้ำชาลงแล้วลุกขึ้นเดินออกไปก่อน“ข้าพักพอแล้ว เช่นนั้นออกไปเดินเล่นบ้างดีกว่า”หลินถิงเองก็ตั้งใจจะออกไปอยู่แล้ว แต่เมื่ออีกฝ่ายออกนำไปก่อน นางจึงต้องเดินตามหลังไป หย่อนเท้าลงบน