เงาร่างสูงระหงที่ทอดยาวบนพื้นไม้เมื่อพ้นจากห้องใต้ท้องเรือ ทัศนียภาพก็โปร่งโล่ง ดวงตาพบกับทุ่งดอกบัวขาวสะอาดตา กลิ่นหอมของบัวลอยฟุ้งในอากาศ หลินถิงสูดหายใจลึกหลายครั้ง พอเรือแล่นเข้าสู่กลางบึงบัว นางก็นึกถึงรสชาติของเมล็ดบัวขึ้นมา เลยโน้มตัวไปที่ราวไม้แดงแล้วเด็ดฝักบัวมาสองสามฝักนางกำลังจะกินพอดี พลันก็รู้สึกว่าต้วนหลิงหันมามอง ราวกับได้ยินเสียงแหวกใบและเด็ดฝักบัวกินคนเดียวก็ดูจะไม่ดีนัก หลินถิงเลือกฝักใหญ่ออกมาหนึ่งฝักแล้วยื่นให้เขา “ท่านต้วน อยากลองสักฝักหรือไม่?”พูดจบก็กดใส่มือเขา ฝักบัวที่นางเก็บจะเอาไปล้างในน้ำก่อนเสมอ ดังนั้นฝักในมือนางยังเย็นฉ่ำด้วยละอองน้ำหยดน้ำค่อยๆ ไหลจากปลายฝักผ่านฝ่ามือของต้วนหลิง สัมผัสเย็นเยียบแล่นเข้าสู่ผิวเขาไม่ปัดฝักบัวทิ้ง นี่คือมารยาทของบุตรขุนนางสกุลใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ยื่นคืนให้หลินถิง และก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะรับประทานหลินถิงอมเมล็ดบัวสดไว้ในปาก เมื่อเห็นท่าทีของต้วนหลิงก็อดสงสัยไม่ได้ว่า……เขานี่ไม่รู้วิธีแกะฝักบัวหรือ?นางกลืนเมล็ดลงคอ แล้วถามขึ้น “ท่านต้วน ข้าช่วยแกะให้ดีหรือไม่?”ตอนอยู่เมืองหลวง ต้วนซินหนิงเคยเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่ไม่เคยจับของหยาบกร้าน อาหารต้องมีผู้จัดเตรียมให้ทุกอย่าง เดิมทีก็ไม่รู้วิธีแกะฝักบัว นางเองนี่แหละที่สอนให้นางทีละขั้น ไม่อย่างนั้นต้วนซินหนิงก็คงไม่รู้จักสั่งคนไปเก็บฝักบัวขึ้นเรือมาวันนี้ส่วนต้วนหลิง…หลินถิงก็ไม่แน่