ขึ้นผิดหูผิดตา?จินอันไจ้ถอยห่างจากหลินถิงไปสองก้าว แสร้งทำเป็นไม่รู้จักนางเลยต้วนหลิงปรายตามองไปยังร่างของชายหนุ่มข้างกายหลินถิง สายตาเย็นสงบไล่มาจากหน้ากากที่อีกฝ่ายสวมอยู่จนหยุดอยู่ที่ดาบเหล็กดำในมือเขา ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบสงบว่า“ท่านผู้นี้คือ…”“เขาเป็นสหายข้า” หลินถิงกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม นางย่อมรู้ดีว่าท่านรองผู้บัญชาการกำลังสงสัยสิ่งใดแม้เหตุการณ์ธนูพุ่งเฉียดเมื่อครู่จะทำให้ผู้คนในถนนตะวันตกแตกตื่น ทว่าไม่นานบรรยากาศก็กลับสู่ปกติปราชาชนเห็นว่าหลังจากนั้นไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอีก ก็เพียงหลีกเลี่ยงไม่เดินเฉียดใกล้พวกองครักษ์เสื้อแพรเท่านั้นรอบกายยังคงคึกคัก ด้านข้างมีผู้แสดงกายกรรมเรียกลูกค้า ลูกเล่นมากมายจนคนผ่านไปมาตาลาย แม่ค้าพ่อค้าก็ยังคงยุ่งไม่หยุด เด็กน้อยวิ่งเล่นส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว เสียงรอบด้านหลากหลายสับสนไปหมดเสียงรอบข้างอึกทึกนักจนดูเหมือนว่าท่านรองผู้บัญชาการไม่ได้ยินชัด จึงเอ่ยย้ำอย่างสงสัยว่า“เขาเป็นสหายของคุณหนูเจ็ดหรือ?”หลินถิงไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้ภูมิหลังของจินอันไจ้ นางมีลางสังหรณ์ว่าจะนำภัยมาสู่เขา ยิ่งคิดถึงตอนที่นางช่วยเขาจากกองศพไร้ชื่อ ก็ยิ่งไม่กล้าถามไถ่เรื่องราวในอดีตของเขานางหัวเราะเบาๆ พลางตอบว่า “ใช่ เขาเป็นสหายข้า ชื่อว่าจินอันไจ้”แสงแดดยามสายสาดต้องลงบนเค้าหน้าของต้วนหลิง ขับให้โครงหน้าคมคายงดงามของเขายิ่งดูโดดเด่น หากมิใช่เพราะชุดเครื่องแบบองครัก