ษ์เสื้อแพรที่สวมใส่ เกรงว่าจะมีชาวบ้านไม่น้อยที่หยุดมองเขาอย่างตะลึงเขากล่าวอย่างเป็นกันเองว่า “ที่แท้คุณหนูเจ็ดก็มีสหายในยุทธภพด้วยหรือ”บุรุษที่เดินทางในยุทธภพนั้น มักแต่งกายแตกต่างจากคนทั่วไป มีเอกลักษณ์ จึงมองออกได้ไม่ยาก“รู้จักกันโดยบังเอิญเท่านั้น”หลินถิงแสร้งทำท่าไร้พิรุธ พลางขยับกายไปยืนข้างหน้าจินอันไจ้อย่างเงียบๆ หวังจะบังเขาไว้ แต่เพราะนางทั้งเตี้ยกว่าและบอบบางกว่า บังยังไงก็บังไม่มิด กลับดูขบขันเสียมากกว่าท่าทีของนางย่อมไม่รอดพ้นสายตาของต้วนหลิง เขาดูเหมือนจะหัวเราะเยาะ เอ่ยเสียงเรียบ“แม้ข้าจะเป็นองครักษ์เสื้อแพร แต่ก็หาได้จับคนสุ่มสี่สุ่มห้า คุณหนูเจ็ดไยต้องรีบร้อนปกป้องเขาถึงเพียงนี้?”“ท่านรองผู้บัญชาการเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงแต่ขยับตัวเท่านั้น”ในขณะนั้นเอง งูเขียวตัวหนึ่งที่ใช้แสดงโชว์เลื้อยหนีออกจากตะกร้าเพราะฝาปิดไม่แน่น มันไถลต่ำไปตามพื้นอย่างเงียบเชียบ ใกล้เข้ามาทางพวกเขาทีละน้อยต้วนหลิงยืนหันหลังให้งู ไม่ทันสังเกตเห็น ทว่ากลับตั้งคำถามใหม่ “ข้าขอเสียมารยาทถามสักคำ เหตุใดคุณชายจินจึงสวมหน้ากาก?”หลินถิงรีบชิงตอบก่อน “เขาหน้าตาน่าเกลียดนัก กลัวจะทำให้ผู้คนตกใจ”จินอันไจ้ที่อยู่หลังหน้ากากกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ข้าหน้าตาน่าเกลียดนัก ไม่อาจดูได้ เด็กเล็กเห็นเข้าคงร้องไห้ลั่น ผู้คนทั่วไปก็คงรับไม่ได้เช่นกัน”ต้วนหลิงฟังแล้วกลับไม่ว่าอะไร เพียงเอ่ยว่า “ข้าเคยเห็น