คนมากมาย หากไม่ใช่พวกที่ผ่านการทรมานจนเสียโฉมก็ไม่เคยเจอผู้ใดที่ขนาดเด็กยังร้องไห้ คนทั่วไปยังรังเกียจ”หลินถิงยิ้มแหยๆ พูดตัดบทอย่างรวดเร็ว “โลกนี้กว้างใหญ่ยิ่งนัก ย่อมมีเรื่องแปลกอยู่มาก ขออนุญาตท่านรองผู้บัญชาการ ข้ากับสหายยังมีธุระ ขออำลาเพียงเท่านี้ ไม่รบกวนท่านรองผู้บัญชาการทำงานแล้ว”“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็ไม่รั้งไว้ เชิญคุณหนูเจ็ดตามสบาย”ต้วนหลิงกล่าวพร้อมขยับตัวเปิดทางให้ ทั้งองครักษ์เสื้อแพรด้านหลังก็ถอยไปพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง แต่ในขณะนั้นเอง งูเขียวตัวนั้นพลันกระโจนหมายจะฉกต้วนหลิง หลินถิงเป็นคนแรกที่เห็น“มีงู!” นางร้องเตือนจินอันไจ้ทันทีที่ได้ยินก็ตั้งใจจะชักดาบออกฟาด ทว่าต้วนหลิงกลับไวกว่า คว้าจับตรงจุดเจ็ดนิ้วของงูไว้ได้พอดีแม้แต่หัวของงูยังไม่อาจหันกลับมาฉกมือเขาได้จินอันไจ้จึงค่อยๆ ปล่อยมือออกจากด้ามดาบ มองต้วนหลิงด้วยแววตาลึกซึ้งยากหยั่ง หลินถิงยังคงยืนอึ้งกับภาพที่เห็นเพราะเหตุการณ์ที่งูโจมตี และมือของต้วนหลิงคว้าได้อย่างแม่นยำนั้นเกิดขึ้นในชั่วพริบตา หลินถิงมองทันแค่เงาเลือนๆ ก่อนที่งูจะมาอยู่ในมือเขาแล้วนางนอกจากจะทึ่งในปฏิกิริยาที่ว่องไวของเขาแล้ว ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงภัยคุกคามในใจ – คนเช่นนี้…จะทำเช่นไรถึงจะจูบเขาได้โดยที่ยังมีชีวิตรอด? นางนึกไม่ออกเลยจริงๆมิใช่เพียงหลินถิงที่มองตามไม่ทัน แม้แต่องครักษ์เสื้อแพรที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีเองก็ยังมองไม่ทันก