เหล่าองครักษ์ชุดครามแห่งองครักษ์เสื้อแพรมิรู้ถึงการมีตัวตนของหลินถิง รู้เพียงว่าใต้เท้าต้วนอยู่ภายใน แม้เมื่อย่างกรายเข้าห้องจะต้องเผชิญหน้ากับฉากกั้น แต่ก็ยังคงก้มศีรษะคำนับ“ใต้เท้าขอรับ”พวกเขาไม่ได้เดินเข้ามาพร้อมกัน แต่ทยอยกันเข้ามาทีละคน ห้องโถงแห่งนี้มิได้กว้างนัก ไม่อาจจุคนมากได้ อีกทั้งหากหลายคนเปล่งเสียงพร้อมกัน ก็ยากที่จะจับแยกเสียงผู้ใดเป็นผู้ใดหลินถิงเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียง แม้จะมีฉากกั้นขวางอยู่ แต่ก็ยังพอเห็นเงาร่างขององครักษ์เสื้อแพรได้เลือนรางล้วนเป็นชายร่างสูงไหล่กว้างเอวสอบน่าเกรงขาม นางเริ่มสงสัยว่าหลักเกณฑ์การคัดเลือกขององครักษ์เสื้อแพรนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานการประกวดชายงามหรือไม่องครักษ์แต่ละคนล้วนดูราวกับนายแบบในยุคปัจจุบัน ไม่มีผู้ใดที่เตี้ย ดำ หรืออัปลักษณ์ ส่วนต้วนหลิงนั้นคือชายงามเหนือชายงาม รูปโฉมงดงามละเมียดละไม มีเค้าความงามเย้ายวน ใบหน้าเนียนขาว ผิวพรรณละเอียดอ่อน เอวคอดไหล่แคบเมื่อนึกถึงตรงนี้ หลินถิงก็แอบเม้มปาก ก่อนจะเหลือบมองไปทางต้วนหลิงโดยไม่รู้ตัว เขาเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดขุนนางทันทีที่มาถึงหน่วยเหนือ ขณะนี้มือหนึ่งของเขาวางไว้บนเข่าด้วยท่าทีสบายๆ กดทับลวดลายปักไหมทองบนชุดเฟยอวี้ฝูสีแดงเพลิง ส่วนอีกมือหนึ่งหมุนหยกประดับเอวอย่างแผ่วเบาในยามสวมชุดสีแดงเช่นนี้ หากไม่มีดาบเตรียมพร้อมอยู่ที่เอว ก็คงดูคล้ายบัณฑิตหนุ่มผู้เพิ่งสอบผ่านระดับสูงสุดในราชสำนั