ก ราวดอกบัวขาวผู้ไร้เดียงสาที่เพิ่งย่างก้าวเข้าสู่โลกแห่งอำนาจโชคดีที่นางคือผู้ที่ถือบทในมือ มองเห็นหัวใจตัวละครในเรื่อง หากมิใช่แล้วละก็……ตึกๆ เสียงเคาะเบาๆ บนโต๊ะเรียกสติของหลินถิงกลับมานางรีบทำท่าทางตั้งใจฟังเสียง เอียงหูเล็กน้อย โน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย ทอดสายตามองเงาเลือนรางบนฉากกั้นต้วนหลิงช้อนสายตาขึ้นเล็กน้อย เอ่ยอย่างเรียบเฉย “เจ้าพูดอะไรสักประโยค”องครักษ์ชุดครามรู้สึกงุนงง ไม่กล้าพูดสุ่มสี่สุ่มห้า จึงได้แต่ถามกลับด้วยความเคารพ“ใต้เท้าขอรับ อยากให้ข้าพูดสิ่งใด?”หลินถิงไม่ปล่อยให้ต้วนหลิงต้องรอนาน หลังจากเสียงขององครักษ์เสื้อแพรผู้นั้นเงียบลงได้เพียงไม่กี่ลมหายใจนางก็ส่ายหน้าเบาๆ ในน้ำเสียงเหล่านั้นยังไม่มีเสียงที่นาง ‘จำได้’ หากอนาคตจับตัวคนทรยศได้เมื่อใด ค่อยอ้างว่าในวันนี้นางยังฟังไม่ออกก็ยังไม่สายต้วนหลิงยกถ้วยชา ขยับริมฝีปากจิบเบาๆ ก่อนกล่าว “พอแล้ว เจ้ากลับไปได้”“รับทราบ” องครักษ์แม้จะรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่เข้ามาจนเดินออกไปไม่มีแม้แต่จะเงยหน้าชำเลืองดูฉากกั้นแวบหนึ่ง ในฐานะผู้น้อย มิบังควรล่วงเกินผู้เป็นนาย เว้นเสียแต่นายจะอนุญาตเมื่อคนหนึ่งออก อีกคนก็เข้า เป็นเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลินถิงยังคงส่ายหน้าเรื่อยไปจนกระทั่งถึงช่วงเที่ยง ต้วนหลิงก็สั่งให้คนยกอาหารเข้ามา “คุณหนูเจ็ดเหนื่อยแล้วกระมัง ลองทานอะไรเสียก่อนแล้วค่อยว่ากันต่อ”อาหาร