ัญญาไว้ว่าจะช่วยท่านตามหาคนที่คิดปองร้ายท่านมิใช่หรือเจ้าคะ?”“คำพูดของข้านั้นมีค่า ท่านไม่ต้องห่วง ข้าทำตามสัญญาแน่”ต้วนหลิงยังคงยิ้ม “คุณหนูเจ็ดมีน้ำใจไม่น้อย ถ้าภายภาคหน้าข้าต้องการความช่วยเหลืออีก ข้าจะไปหาเจ้าแน่นอน”หลินถิงเหยียบเก้าอี้ขึ้นรถม้า เมื่อเข้าไปนั่งในรถแล้วก็โน้มตัวมาที่หน้าต่าง เลิกม่านขึ้นส่งเสียงลาด้วยรอยยิ้ม “งั้นข้ากลับก่อนนะเจ้าคะ ท่านต้วนไม่ต้องไปส่งหรอก”เขายืนนิ่งอยู่ที่เดิม แสงอาทิตย์สุดท้ายของยามเย็นสะท้อนบนเส้นผมของหลินถิงจนดูคล้ายมีประกายทองแดงระเรื่อ ใบหน้าอยู่ในเงา แต่ดวงตากลับเจิดจ้า จ้องมองเขาอย่างแน่วแน่ รอยยิ้มที่มุมปากของต้วนหลิงพลันจางหายหลังจากส่งหลินถิงกลับไป ต้วนหลิงก็อยู่ในนั้นอีกครู่หนึ่งก่อนจะกลับไปยังจวนต้วนที่ที่เขาใช้เวลาอยู่มากที่สุดในจวนก็คือห้องหนังสือ เช่นเดียวกับวันนี้ เขาเปิดกลไกหลังชั้นหนังสือ เผยให้เห็นชั้นวางที่เรียงรายไปด้วยขวดแก้วใสขนาดเล็กอย่างเป็นระเบียบ เดินเข้าไปช้าๆเขาใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนเปลือกแก้ว ฟังเสียงใสกังวานที่ดังสะท้อนกลับมาไม่รู้ทำไม วันนี้จิตใจเขารู้สึกแปลกประหลาดนัก อารมณ์คล้ายไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำว่าดีใจ โกรธ เศร้า หรือสุขแต่เพียงแค่มองดวงตาพวกนั้นกลับช่วยให้เขาสงบลง ลดความปรารถนาที่อยากจะชำแหละคนลงได้เล็กน้อยลูกตาในขวดแก้วใสเหล่านั้นลอยกระเพื่อมเล็กน้อยจากแรงสะเทือนราวกับยังมีชีวิต ต้วนหลิงก้าวเดินเบาๆ ใช้ส