กแต่ต้วนหลิงกลับไม่แสดงท่าทีเบื่อหน่ายแม้แต่น้อย นั่งหลังตรงฟังเสียงไปกับนางด้วยท่าทางสงบนิ่ง แม้นางจะปฏิเสธเสียงพวกนั้นไม่หยุดเหมือนคนโกหก เขาก็ยังไม่แสดงความไม่พอใจออกมาแม้แต่นิดเดียว ช่างเป็นคนที่ได้รับการอบรมมาดีจริงๆจนเมื่อสิ้นเสียงสุดท้าย ดวงอาทิตย์ก็กำลังลาลับขอบฟ้าพอดี ต้วนหลิงออกมาส่งหลินถิงถึงหน้าจวน ก้าวขึ้นรถม้าที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพและยิ้มละไมว่า “วันนี้เหนื่อยคุณหนูเจ็ดแล้ว เดินทางโดยสวัสดิภาพเถิด”“ข้ายังต้องมาพรุ่งนี้อีกหรือไม่เจ้าคะ?”“พรุ่งนี้ข้ามีราชการต้องไปจัดการ คงไม่กล้ารบกวนคุณหนูเจ็ดให้ลำบากอีก” ต้วนหลิงพยักหน้าให้บ่าวไปยกเก้าอี้มาตั้งข้างรถม้าให้นางขึ้นง่ายๆ “ยามนี้ก็มืดแล้ว คุณหนูเจ็ดกลับเถอะ”หลินถิงพูดเสียงเบา “ข้าขอโทษเจ้าค่ะ วันนี้ยังหาตัวคนนั้นไม่เจอ”ต้วนหลิงหันมามองนางแวบหนึ่ง แล้วก้มลงมองมือคู่นั้นที่เคยโอบรัดรอบเอวเขาเมื่อวันก่อน ไม่รู้เพราะอะไรความคิดเรื่องเมื่อวานกลับผุดขึ้นมาในหัวเขา “ไม่เป็นไร เจ้าก็ทำเต็มที่แล้ว”“แล้วข้าจะได้พบกับท่านอีกเมื่อไรหรือเจ้าคะ?” หลินถิงหลุดปากถาม“คุณหนูเจ็ดอยากพบข้างั้นหรือ?” ต้วนหลิงหันไปมองนางอีกครั้ง ช่วงนี้นางชักจะปรากฏตัวตรงหน้าเขาบ่อยเกินไป พูดมากขึ้น และท่าทีต่อเขาก็เปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาดก็พอจะพูดอย่างนั้นได้……แต่ฟังแล้วช่างคล้ายถ้อยคำคลุมเครือชวนให้คิด นางจึงเปลี่ยนคำพูด “ข้าเคยส