่ง กว่าจะหยุดไอได้ก็หน้าแดงไปหมด “พูดอะไรออกมาน่ะเจ้าคะ ข้าไม่มีทางให้ท่านกินเพื่อลองพิษแน่ๆ”……แต่ท่านรู้สึกถูกแล้วล่ะ ข้าให้ท่านลองจริงๆ นั่นแหละ หลินถิงคิด“ข้าพูดล้อเล่นเท่านั้น คุณหนูเจ็ดไม่ต้องถือสา”“ท่านต้วน ท่านไม่กินต่อแล้วหรือเจ้าคะ?” หลินถิงสังเกตว่าเขาไม่มีท่าทีจะใช้ตะเกียบอีกแล้ว แถมยังเช็ดมือเรียบร้อยเสียด้วยต้วนหลิงครุ่นคิดแล้วตอบรับสั้นๆ “อืม……ข้ากินอิ่มแล้ว”หลินถิงแอบมองจานหัวสิงโตและไก่ขอทานที่ไม่มีใครแตะต้อง นึกเสียดายอยู่ในใจ ก่อนจะจำใจวางตะเกียบลงอย่างหงอยๆ“ข้าก็อิ่มแล้วเจ้าค่ะ” ของที่เขาไม่แตะต้องเลย ข้าเองก็ไม่กล้ากินต่อ……ไหนๆ ก็อิ่มแล้ว งั้นกลับมาตั้งใจฟังเสียงต่อดีกว่า ยิ่งจบเร็วเท่าไรยิ่งดี กินอิ่มก็ชักจะง่วงแล้วเหมือนกันหลังจากเก็บสำรับอาหารลงไป ทั้งสองก็นั่งอยู่หลังฉากกั้นเช่นเดิม ฟังเสียงทหารองครักษ์เสื้อแพรเข้ามารายงานฟังไปจนถึงท้ายๆ หลินถิงก็ฟังเสียงไปมากกว่าสองร้อยคนจนรู้สึกชาชิน เกือบจะเผลอหลับ นางยันโต๊ะไว้ มือรองคาง พยักหน้าไปส่ายหน้าไป พูดว่า “ไม่ใช่” ซ้ำๆ อย่างหมดแรงแม้ทหารองครักษ์เสื้อแพรจะมีมากกว่านี้ แต่ด้วยตำแหน่งของต้วนหลิงในตอนนี้ ไม่สามารถเรียกมาทั้งหมดได้แถมยังมีบางส่วนที่ไม่ได้อยู่ในความดูแลของเขาโดยตรงหลินถิงรู้สึกราวกับว่าในหูของนางมีแต่เสียงคำว่า “ใต้เท้าขอรับ” ก้องอยู่ไม่หยุด เพราะทุกคนที่เข้ามา ต่างก็เอ่ยคำว่า “ใต้เท้าขอรับ” เป็นคำแร